จะออกเดินทางต่อ
“จะออกเดินทางแล้วหรือคุณชาย”
“ใช่แล้ว ข้าหลับสบายมาก” นักพรตหนุ่มยิ้มให้เขา “เห็นท่านหลับสนิทจึงไม่กล้าปลุก”
“ข้าเองก็หลับสบายมากเช่นกัน”
“ท่านจะงีบต่ออีกสักครู่ก็ได้นะ”
“คุณชายจะไปแล้วนี่ เช่นนั้นข้าขอไปด้วยแล้วกัน”
ขุนนางหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนส่ายหัวไปมา เขารู้สึกมึนงงเล็กน้อย นับเป็นอาการปกติหลังตื่นนอน ทว่าจิตใจกลับแจ่มใสเป็นพิเศษ ร่างกายเบาสบายอย่างยิ่ง แม้ยามกวาดสายตามองไปรอบกาย ยังรู้สึกว่าทัศนียภาพกลางขุนเขานั้นดูสว่างไสวและชัดเจนขึ้นถนัดตา
เดินไปได้ไม่ไกลนัก ก็พบกับชายชราผู้นั้นอีกครั้ง
ดูท่าทางท่านผู้เฒ่าเองก็น่าจะเพิ่งหาที่หยุดพักผ่อนมาเช่นกัน
คราวนี้ขุนนางหนุ่มรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปชวนสนทนา “ท่านผู้เฒ่า อายุอานามปานนี้แล้วแต่ยังเดินขึ้นเขาได้อย่างคล่องแคล่วประหนึ่งเหาะเหินเดินอากาศ เร็วกว่าคนหนุ่มเสียอีก ท่านนี่แข็งแรงดีจริงๆ…”
“ไม่ได้ครึ่งเมื่อก่อนหรอก…”
ชายชราตอบกลับอย่างเป็นกันเอง
ทั้งสองเดินคุยกันไปตลอดทาง จนได้ความว่าผู้เฒ่าท่านนี้มีแซ่สยง เป็นชาวเฟิงโจว อาศัยอยู่ริมแม่น้ำอิ่นเจียง
วินาทีที่ได้ยินเช่นนั้น ขุนนางหนุ่มก็แทบจะปักใจเชื่อแล้วว่าเขาคือเทพเซียน ทว่าต่อมากลับได้ยินว่าท่านผู้เฒ่าเคยเป็นผู้ฝึกยุทธ์ สมัยหนุ่มเคยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วยุทธภพ แม้ปัจจุบันจะร่วงโรยไปตามวัย แต่การปีนเขานั้นหาใช่เรื่องหนักหนาอันใด จึงยังคงเดินเหินได้คล่องแคล่ว เมื่อไ