ดียวก็ย่อมได้”
“ก็ดี”
ซ่งโหยวพยักหน้าพลางมองแผนในมือ พลันมีภาพความทรงจำมากมายปรากฏขึ้น
ตอนที่เดินทางไปเยือนสวี่โจว เป็นช่วงที่เขาเพิ่งลงจากเขาไม่นาน ออกจากอี้ดูก็ตรงไปยังสวี่โจวเลย เมื่อหวนคิดถึงช่วงเวลานั้น ก็รู้สึกว่าเพิ่งผ่านไปไม่นาน แต่แท้จริงแล้วกลับผ่านมาถึงเจ็ดปีเศษ หากหวนระลึกถึงภูเขาแม่น้ำ, เส้นทางที่เคยเดิน, เหตุการณ์และมรสุมที่เคยผ่านพ้นมาตลอดเจ็ดปีนี้ ก็รู้สึกว่ามันช่างผ่านมานานเหลือเกิน
ซ่งโหยวเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะกลับไปดูอีกครั้ง
ตอนนี้เยี่ยนเซียนก็ไม่ได้อยู่ที่สวี่โจวแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าอารามโจ่วเจียวที่เคยรู้จักยังคงอยู่หรือไม่ งานประชันยุทธ์หลิ่วเจียงน่าจะยังคงจัดอยู่ แต่แค่ไม่ได้จัดในปีนี้ และถึงจะจัดก็ไม่ใช่ช่วงเวลานี้ อีกทั้งเมื่อกลับไปก็ไม่รู้ว่าจะได้พบสหายเก่าหรือไม่ จะเหลือก็แต่ภูเขาและแม่น้ำที่คุ้นเคย ซ่งโหยวควรจะกลับไปชมทิวทัศน์เหล่านี้ อย่างน้อยอีกสักครั้งหนึ่ง อย่างน้อยก่อนที่ชีวิตนี้จะดับสูญก็คงต้องย้อนกลับมาดูเส้นทางที่เคยเดินผ่านไปเมื่อครั้นยังหนุ่ม และแน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้
“เช่นนั้นแล้ว เราจะไปที่ไหนกัน”
“ไปเขาจุนเจ่อซานกัน” ซ่งโหยวกล่าวกับแมวสามสีพลางใช้มือลากเส้นบนแผนที่ “ไปชื่นชมขนบธรรมเนียมและผู้คนในเหยาโจวเสียหน่อย”
“ดีเลย!”
“…”
นักพรตยิ้มเล็กน้อย พลางปิดตำราในมือลงอย่างแผ่วเบา
ไม่ทันไรก็เข้าสู่ฤดูที่ดอกไม้ร่วงโรยแล้ว หนทางข้างหน้ามีแต่ไอหมอก แสงตะวั