่หรือ…”
“ข้าคงฉลาดสู้แม่นางสามสีไม่ได้”
“ก็จริงนะ…”
แมวพูดจบก็วิ่งพรวดออกไปในพงหญ้า แต่คราวนี้ไม่ได้เป็นเพราะเจอสัตว์ตัวเล็กๆ แต่เป็นเพราะนางข้ามสะพานหินไปแล้ว ค่อยๆ ออกห่างจากเขาเยี่ยซาน นางจึงชี้ไปในทิศทางต่างๆ เล่าให้เขาฟังว่าตรงไหนคือที่ที่นางเคยเก็บเห็ดในฤดูร้อน ตรงไหนเคยจับกระต่าย ตรงไหนเคยหักกิ่งไม้มาทำไม้เท้าหรือคันเบ็ด…
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา นางทำงานหนักจริงๆ
ไม่เพียงแต่จับปลาเองเท่านั้น ยังต้องย่างปลาให้เขากินด้วย ไม่กล้าใช้เงินซื้อน้ำตาล ก็จะไปขอน้ำผึ้งจากรังผึ้ง เมื่อเห็นว่าเนื้อตากแห้งมีราคาแพง ก็จับกระต่ายจับหมูป่ามาทำเอง เมื่อนึกได้ว่านักพรตมักจะกินของอื่นๆ นอกจากเนื้อสัตว์ ก็ไปเก็บผลไม้ป่า ขุดหาผักป่า หาดอกเห็ดมาต้มโจ๊กให้เขากิน เพราะเกรงว่าเขาจะหิว
ซ่งโหยวหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นว่าเขาเยี่ยซานอยู่ไกลออกไปแล้ว
เมื่อละสายตากลับมา แมวน้อยก็คืนร่างเป็นมนุษย์อีกครั้งแล้วหักกิ่งไม้มาตีหญ้าเล่น คราวนี้นางดูเหมือนจะสูงขึ้นบ้างแล้ว อย่างน้อยในปีนี้ก็สูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ มาก
คงเป็นผลมาจากความกังวลใจกระมัง
ณ โรงเตี๊ยมเพียงแห่งเดียวในจือจวิ้น
เป็นโรงเตี๊ยมเดียวกับที่ซ่งโหยวเคยพักอาศัยร่วมกับปีศาจจิ้งจอกมาก่อน ข้างๆ มีภูเขาเล็กๆ ที่ปีศาจจิ้งจอกกับสาวใช้เคยรอเขาอยู่ในศาลา
ที่น่าสนใจคือเถ้าแก่สามารถจำเขาได้ในทันที
“คุณชาย ท่านมาอีกแล้วหรือ!”
“เถ้าแก่ยังจำข้าได้”
“จำได้สิ จำได้แน่นอน