ไม่ชำนาญการหลอกลวง คนที่พูดแต่ความจริงต่างหากที่หลอกลวงเก่ง
“อาจารย์ของข้าก็คือท่านพ่อ แซ่ของข้าคือ ‘ตู้’ เมื่อสองพันปีก่อน ตระกูลของข้าเคยปรุงยาอายุวัฒนะถวายฮ่องเต้ราชวงศ์อวี๋ แต่สุดท้ายผลเป็นอย่างไร สหายบำเพ็ญย่อมรู้ดี” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ ราชวงศ์อวี๋อยู่ได้ไม่ถึงสองร้อยปี แต่ตระกูลข้ากลับไม่เคยหยุดแสวงหาหนทางสู่การเป็นอมตะ แม้แต่ตัวข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงได้ดึงดันกันถึงเพียงนี้มิ เหอะ ไม่ว่าจะเป็นองค์จักรพรรดิหรือจอมมารก็ล้วนทนแรงเย้ายวนของความเป็นอมตะไม่ไหว เหล่าบรรพชนของข้ามีทั้งโง่งมและเฉลียวฉลาด บรรดาท่านที่ฉลาดพอคงรู้อยู่แก่ใจว่าต่อให้อุทิศเวลาทั้งชีวิตก็ไม่มีวันได้พบความเป็นอมตะ”
ว่าแล้วเขาเว้นช่วงไปเล็กน้อย
“แต่ช่วงเวลาสองพันปีนั้นยาวนานเกินไป ภูเขายังถูกย้ายได้ นับประสาอะไรกับมนุษย์เล่า จนมาถึงรุ่นบิดาข้า เขาบำเพ็ญตนอยู่ที่วัดเฟิ่งเทียนบนเขาลู่หมิง บำเพ็ญวิถีเต๋าและฝึกวิชาหลอมยาไว้เพื่อหลอมโอสถทิพย์นี้ ทว่าท้ายที่สุดก็ล้มเหลว เมื่อเขาดื่มโอสถทิพย์เข้าไป กายเนื้อยังคงอยู่ แต่จิตวิญญาณวิปลาส กลายเป็นผีดิบ ข้าผู้เป็นทั้งศิษย์และบุตรคอยติดตามอยู่ข้างกาย วันหนึ่งกลับต้องมาประมือกับเขา ถูกกัดขาจนพิการ และกลายเป็นเช่นนี้มาตลอด”
“นี่คงเป็น ‘ความอาวรณ์’ ของท่านกระมัง”
“จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่”
เขาละสายตาจากซ่งโหยว หันกลับไปมองทิวทัศน์ยามค่ำ ราวกับ