น
คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
“ข้าออกตามหาดินศักดิ์สิทธิ์จากทั้งห้าทิศและธารน้ำสี่ฤดูมาหลายปี และพบเบาะแสทั้งหมดแล้ว แต่กลับรวบรวมดินมาได้จากสองทิศเท่านั้น คือทิศเหนือและศูนย์กลาง เกรงจะถูกศึกใหญ่ทำลาย จึงเก็บไว้ในอำเภออิ่นหนาน ที่เหลือดินทิศใต้น่าจะอยู่ระหว่างเทือกเขาทางใต้ของแคว้นอวิ๋นโจว ดินทิศตะวันออกอยู่บนเกาะเดียวดายนอกแคว้นล่างโจว ดินทิศตะวันตกอยู่ลึกเข้าไปในทะเลทรายพรมตะวันตก ส่วนธารน้ำสี่ฤดูก็คงอยู่ในแคว้นจิ้งโจว เพียงแต่เมื่อใดที่ตักน้ำออกจากต้นทาง พลังศักดิ์สิทธิ์ก็จะเสื่อม มีเพียงผู้เชี่ยวชาญวิชาวัฏจักรแห่งสี่ฤดูเท่านั้นที่จะนำมาได้”
“นี่นับเป็นเรื่องที่สอง”
“แต่เดิมข้าลำบากใจเพราะข้ายืดอายุธาตุหยางได้เพียงอย่างเดียว ไม่อาจทำอะไรกับธาตุหยินได้เลย กระทั่งได้จุดประกายความคิดขึ้นจากการได้เห็นซากปรักหักพังยุคบรรพกาล จึงรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด”
ซ่งโหยวพลันหันไปมองปีศาจจิ้งจอกที่อยู่ไกลออกไป
“มีคนคิดยืมมือท่านเพราะต้องการหลอมโอสถทิพย์หรือต้องการวางอุบายให้เกิดศึกใหญ่แห่งใต้หล้ากันแน่มี”
“ข้าเห็นว่าน่าจะเป็นอย่างหลัง”
“มีหลักฐานใดหรือไม่”
“ในใจข้ายังซับซ้อนนัก ไม่อาจเอ่ยออกมาได้…”
“นี่คงเป็นเรื่องที่สามกระมัง”
“ข้าไม่มีเรื่องใดอยากกล่าวแล้ว”
ราชครูนั่งอยู่บนเนินเล็กๆ อย่างสงบนิ่ง คอยทอดมองการต่อสู้ระหว่างจอมมารแล้วเอ่ยเสียงเบา “ทำลายดวงวิญญาณข้าเถิด มิเช่นนั้นหากพวกว