ล้ว!” องค์เทพจวี้ซิงเหยียบย่ำอยู่ระหว่างภูเขาขนาดเล็ก อาศัยพละกำลังผลักร่างยักษ์แก่นพลังใต้พิภพให้ถอยไปพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว “ไว้ข้าฟื้นตัวเมื่อไร ข้าจะมาประมือกับเจ้าอีกสักแปดร้อยกระบวนท่า!”
กล่าวจบก็ชูค้อนขึ้นชี้ฟ้า ลำแสงเทวะสายหนึ่งแทรกผ่านหมอกดำทะลุลงมาสู่ใต้หล้า
“ท่านอย่าได้ไปไหนเลย”
ซ่งโหยวจ้องมองเขาด้วยสายตาอันแน่วแน่ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
“อัสนีสวรรค์จงมา!”
พลังอัสนีรุนแรงและอานุภาพแห่งทัณฑ์สวรรค์ตัดขาดเส้นทางขึ้นสู่สรวงสวรรค์ขององค์เทพจวี้ซิงได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเข้าโจมตีร่างจำแลงจนใบหน้าดำเกรียมที่เต็มไปด้วยตุ่มเนื้อตะปุ่มตะป่ำนั้นถึงกับอ้าปากร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
ใช่แล้ว
เพราะเขาเป็นเทพผู้อยู่ใต้การบังคับบัญชาขององค์เทพจินหลิง ไม่เกรงกลัวเปลวเพลิงถือเป็นเรื่องปกติ แต่อัสนีสวรรค์นี้ไม่ได้ใช้แค่ปราบปีศาจร้ายเท่านั้น หากยังใช้ปราบเทพและวิญญาณได้ด้วย
สายฟ้าสลายไป องค์เทพจวี้ซิงถึงกับต้องคุกเข่าลงครึ่งหนึ่ง
พื้นดินเบื้องหน้าสั่นสะเทือน เงาดำทอดทับอยู่ตรงหน้า
“ข้าคือขุนพลผู้เลื่องชื่อแห่งวิมารสวรรค์ เป็นรองจ้าวดาราแท้ๆ เจ้ากลับกล้าที่จะ…”
เขาเค้นถ้อยคำออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันหน้าไปมองนักพรตด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับกัดฟันแน่น แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีกำปั้นขนาดมหึมาซึ่งรวบรวมพละกำลังไว้เต็มเปี่ยมเหวี่ยงเข้ามาใส่ ทั้งยังสร้างลมพายุที่ทำให้ผู้คนจิน