ตนาการถึงภาพของยักษ์ร่างสูงใหญ่เทียบภูเขา มีแขนยาวถึงหัวเข่ากำลังหมุนตัวเหวี่ยงแขนอย่างรุนแรง
ตู้ม!
กำปั้นนั้นกระแทกเข้าที่ศีรษะของเทพเจ้าอย่างจัง
ประกายไฟพุ่งกระจาย ลำแสงศักดิ์สิทธิ์พลันแตกซ่าน
แม้กระทั่งร่างกายของยักษ์แก่นพลังใต้พิภพที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณมหาศาล ก็ยังแตกสลายไปเพราะความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้ ทำให้ก้อนหินขนาดมหึมาแตกกระจายไปทั่ว
เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ค่อยๆ ล้มลง
ทิศทางที่เขาล้มลง คือจุดที่ราชครูยืนอยู่พอดี
ฉากนี้สำหรับองค์เทพจวี้ซิงและยักษ์แก่นพลังใต้พิภพดูเชื่องช้า แต่สำหรับมนุษย์ที่ตัวเล็กราวกับมดปลวกกลับรวดเร็วและอันตรายอย่างยิ่ง
เศษหินนับไม่ถ้วนกระเด็นลงมาราวกับฝนดาวตก เพียงแค่ชิ้นที่ใหญ่ไม่ถึงฝ่ามือก็สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้ แต่ก็มีหินขนาดใหญ่กว่าคนตกลงมามากมายนับไม่ถ้วน ครั้นกระทบเข้ากับพื้นก็เกิดเสียงดังสนั่น พร้อมทั้งมีเศษหินเล็กๆ กระเด็นกระดอนออกไปมากมาย
เป็นไปตามที่คาดไว้ ชัยชนะได้ถูกตัดสินแล้ว
ต่อหน้าเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่นั้น ปุถุชนคนธรรมดากลับกลายเป็นเพียงมดปลวก อย่าว่าแต่จะประชันกันเลยเลย ถึงเทพจะพ่ายแพ้ แต่ยามที่ร่างทั้งร่างกำลังไหวเอนลงมาทับนั้น ต่อให้มนุษย์จะออกแรงวิ่งหนีด้วยกำลังทั้งหมดที่มีก็ยังหนีไม่พ้น
แน่นอนว่าราชครูไม่ได้วิ่งหนี คนปกติยังหนีไม่พ้น คนขาพิการเช่นเขายิ่งหนีไม่รอด แต่กลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด
ลำแสงเทวะจากร่างขององค์เทพจวี้ซิงสว