เปี่ยมด้วยอิทธิฤทธิ์
เห็นได้ชัดว่าหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นจ้าวอัสนี อารามเต๋าต่างๆ ก็ได้สร้างรูปเคารพใหม่ขึ้นบูชา
กลอนคู่นี้ก็คงเพิ่งเปลี่ยนใหม่เช่นกัน
ซ่งโหยวเงยหน้ามองรูปเคารพองค์เทพ
ในจังหวะนั้นเอง นักพรตมู่อวิ๋นจื่อก็นำศิษย์สองคนออกมาต้อนรับ
“ข้าไม่รู้ว่าท่านผู้สูงส่งมาเยือน จึงมิได้ออกมาต้อนรับแต่ไกล เสียมารยาทนัก”
“มิกล้า มิกล้า” ซ่งโหยวรีบละสายตา หันกลับมาคารวะตอบ มิกล้าละเลยแม้แต่น้อย “เป็นข้านี่เองที่บุ่มบ่าม ควรเป็นฝ่ายขออภัยท่าน”
“ท่านผู้สูงส่งมาเยือน ยิ่งทำให้อารามเล็กๆ แห่งนี้มีเกียรติขึ้นมาก”
“แน่นอนว่าสะดวก! เพียงแต่ห้องพักและอาหารในอารามของเราธรรมดายิ่ง หวังว่าท่านผู้สูงส่งจะไม่รังเกียจ!”
“ข้านามซ่งโหยว ยังไม่มีฉายาทางเต๋า ท่านอาวุโสกว่า ข้าเป็นผู้น้อย” ซ่งโหยวเอ่ย “วิถีแห่งเต๋าไม่มีพิธีรีตองมากนัก เรียกว่าสหายบำเพ็ญก็พอ”
“ข้านามมู่อวิ๋นจื่อ”
“ครานี้ข้าพาศิษย์น้อยติดตามมาด้วย พร้อมทั้งนกนางแอ่นของข้า” ซ่งโหยวเอื้อมมือไปแตะหัวเล็กๆ ที่โผล่พ้นถุงใส่ผ้าออกมา “และสหายอีกสองท่านด้านหลัง…คือ…”
เขาหันไปมองพวกนาง
“หว่านเจียง คารวะท่านนักพรตเจ้าค่ะ”
“ซานซาน ฝากตัวด้วยเจ้าค่ะ…”
“เชิญด้านใน เชิญด้านใน”
มู่อวิ๋นจื่อเชื้อเชิญกลุ่มคนเข้ามาในอาราม แล้วรีบสั่งให้ศิษย์ทั้งสองไปทำอาหาร ส่วนตัวเองอยู่เป็นเจ้าภาพต้อนรับ
เพียงแต่เมื่อเผชิญหน้ากับซ่งโหยว เขากลับไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดก่อน
ซ่ง