องเผชิญเพราะเรื่องเล็กน้อย และคงไม่ยอมปล่อยเขากลับไปแดนเหนืออย่างง่ายดาย ต่อให้ไม่ประหาร ก็คงกักขังเขาไว้ในรั้ววังหลวง
“ท่านแม่ทัพไม่จำเป็นต้องมากพิธี” ซ่งโหยวเอ่ยพลางรินสุราให้สองจอก “ท่านต้องออกจากฉางจิงก่อนข้า เช่นนั้นข้าขอคารวะท่านหนึ่งจอกแทนการอำลา”
เขายื่นจอกสุราให้แม่ทัพ ส่วนอีกจอกถือไว้เอง
แม่นางสามสีกลับกลายเป็นไม่สนใจสุราอีกแล้ว
ทั้งคู่ยกจอกคารวะกันแล้วดื่มจนหมด
“ข้าเชื่อมั่นในตัวท่านแม่ทัพ อย่าทำให้ข้าผิดหวังก็พอ” ซ่งโหยวลดจอกสุราลง แล้วกล่าวเสียงจริงจัง “ความสงบสุขนั้นได้มายากยิ่ง ท่านคือวีรบุรุษผู้พิทักษ์ความสงบแก่ใต้หล้า”
“…”
แม่ทัพเฉินพลันมีสีหน้าขึงขังขึ้นมาทันที เขาเพิ่งได้ชีวิตคืนมาแท้ๆ อีกทั้งตั้งใจมาขอบคุณอีกฝ่ายโดยเฉพาะ จะมีเหตุผลใดให้ลังเล เขายกจอกที่ว่างเปล่าขึ้น แล้วเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น
“ถ้อยคำที่คุณชายกล่าวต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาท ทำให้ชีวิตข้าได้รับการละเว้น เช่นนั้นข้าก็ขอตอบแทนท่านด้วยปณิธานหนึ่ง…”
เขาหยุดไปชั่วครู่
“นักรบเช่นข้าย่อมมีหน้าที่พิทักษ์แผ่นดิน เป็นสิ่งที่ข้าพึงกระทำ ตราบใดที่ฝ่าบาทไม่ประหารข้า ข้าย่อมอุทิศทุกสิ่งให้แผ่นดินต้าเยี่ยน หากวันหนึ่งข้าผิดคำสัตย์สาบาน นำหายนะมาสู่ราษฎร ขอให้ท่านจงชักกระบี่ขึ้นสะบั้นคอข้าให้ขาด ข้าจะไม่มีวันโกรธแค้นเป็นอันขาด และไม่ใช่เพียงข้า แม้แต่บุตรหลานของข้าจากรุ่นสู่รุ่นก็เช่นเดียวกัน”
“ท่านพูดเกินไปแล้ว ข้าไม