่ใช่คนใช้กระบี่เสียหน่อย” ซ่งโหยวยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ “ว่าแต่เรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงมีพระราชดำริอย่างไรหรือ”
“เรื่องนั้น…”
แม่ทัพเฉินขมวดคิ้ว ดูอึดอัดไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงได้แต่กล่าวว่า “ฝ่าบาทยังไม่ได้ตัดสินพระทัย”
“อย่างนั้นหรือ…”
ซ่งโหยวหรี่ตาลงเล็กน้อย
เห็นทีคำเตือนที่เขากล่าวกับฮ่องเต้ในวันนั้น จะยังไม่เป็นผล พระองค์ยังคงไม่อาจตัดสินพระทัย บางทีเรื่องนี้คงหนักหนานัก หรืออาจทรงมีแผนการอื่นอยู่แล้ว
ซ่งโหยวส่ายศีรษะเบาๆ ไม่รู้ว่าเป็นลาภหรือเป็นลางกันแน่
ไม่นานนักแม่ทัพเฉินก็จากไป เห็นว่ามีกำหนดออกเดินทางวันนี้
เมืองปราการทางตอนเหนือทั้งห้า บัดนี้เขาคืนอำนาจให้ราชสำนักไปสามแห่ง ตนเหลือเพียงสองแห่งคือที่เมืองหย่วนจื่อและเมืองซั่วเฟิง เพื่อแลกกับบรรดาศักดิ์อู่อันโหว ซ้ำแล้วฝ่าบาทยังมีรับสั่งให้เขากลับขึ้นเหนือ บุกเข้าไปยังเขตแดนของศัตรูเพื่อรวบรวมผืนดินส่วนใหญ่ของแดนนั้นไว้ภายใต้นามของอาณาจักรต้าเยี่ยน ทำให้บัดนี้ต้าเยี่ยนรุ่งเรืองถึงจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ในที่สุด
ซ่งโหยวก็หันกลับไปจัดสัมภาระ
ตอนที่เพิ่งกลับถึงฉางจิงได้ไม่นาน ซ่งโหยวและแม่นางสามสีไปเอาภาพวาดทั้งสองคืนมาจากศาลเทพารักษ์ และแขวนไว้ที่ชั้นบนนานถึงสามเดือน เมื่อเตรียมสัมภาระเสร็จแล้ว เขาก็นำภาพทั้งสองไปไว้ที่ศาลดั่งเดิม พร้อมปิดผนึกบันทึกการเดินทางเล่มหนาที่บรรจงเขียนมาตลอดหลายปี ฝากไว้กับท่านเทพาร