ักษ์ และนัดหมายว่าครั้งหน้ากลับมาเมื่อไรจะมารับคืน เพื่อไม่ให้เจ้าม้าต้องแบกของหนัก
ไม่รู้ว่าครั้งหน้าที่กลับมาเยือนฉางจิง ราชบัลลังก์จะตกอยู่ในมือองค์ชายใด ไม่รู้เมืองฉางจิงจะสงบสุขหรือปั่นป่วน ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่อาจคาดเดาอนาคตได้ ตอนนี้ดูท่าตำแหน่งเทพารักษ์แห่งฉางจิงจะมั่นคงเสียยิ่งกว่าตำแหน่งใด
ฝากไว้ที่ท่าน ย่อมดีต่อทั้งสองฝ่าย
ราตรีเคลื่อนคล้อย แสงโคมบนถนนส่องแสงพร่างพราว ดุจเป็นธารแสงไฟ คล้ายค่ำคืนวันไหว้พระจันทร์เมื่อครานั้น
ซ่งโหยวมากับแม่นางสามสี นางถือโคมม้า ส่วนเขาถือโคมที่ผีน้อยจากผิงโจวมอบให้ แสงโคมส่องไสวอยู่เคียงข้างกัน ไม่นานก็กลืนไปกับบรรยากาศรอบข้าง
รุ่งเช้าวันที่สิบหก เดือนหนึ่ง รัชศกหมิงเต๋อปีที่แปด
ท้องถนนฉางจิงชุ่มไปด้วยน้ำค้าง
ป้ายผ้าหน้าเรือนเล็กถูกปลดลงและเก็บเข้าด้านในเรียบร้อย หน้าบ้านมีม้าแดงยืนอยู่หนึ่งตัว แบกสัมภาระไว้เต็มหลัง พร้อมกับมีแมวสามสียืนเคียงข้าง เทียบกับม้าแล้ว นางช่างดูตัวเล็กจ้อยยิ่งนัก บัดนี้นางเอาแต่คอยแหงนหน้ามองบ้านอย่างครุ่นคิด
ส่วนนักพรตก็กำลังลงกลอนประตูบ้านให้แน่นหนา
ลงกลอนประตูเรียบร้อยแล้ว เขาก็แหงนหน้าขึ้นเดินถอยหลังไปสองก้าว พร้อมกับเหลือบมองขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านข้างๆ ตามความเคยชิน คล้ายกับว่ายามนี้หน้าต่างบานนั้นควรถูกเปิดออก เผยให้ร่างของคนผู้หนึ่งที่มักจะยิ้มให้เขาเสมอ
ทว่ามันเป็นเช่นนั้นไม่ได้แล้ว
บางทีครั้งหน้าที่กลับมาฉ