จวที่เขาเคยเดินผ่านมาแล้วหลายร้อยลี้
คราวก่อนก็มาตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ
ต่างที่ครั้งนั้นเป็นขาไป ส่วนครั้งนี้เป็นกลับ แม้เป็นเส้นทางเดียวกัน แต่สิ่งที่เห็นย่อมต่างออกไป
เดินต่ออีกไม่กี่ร้อยลี้ก็ถึงเฟิงโจวแล้ว
เพียงแต่จือจวิ้นนั้นตั้งอยู่ใต้สุดของเฟิงโจว
แผนที่ในหนังสือเล่มนี้ถูกวาดขึ้นอย่างคร่าวๆ ซ่งโหยวพิจารณาแล้ว เห็นว่ามาตราส่วนในหนังสือนี้ไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไร จึงไม่อาจคำนวณระยะทางที่แม่นยำได้
เขาพลิกอ่านไปครุ่นคิดไป
แม่นางสามสียังคงนั่งเคียงข้างเขา นางถือก้านไม้ไผ่ชโลมด้วยน้ำตาลเหนียวหนืดสีแดง กวัดแกว่งไปมาให้น้ำตาลพันตัวไม้เล่น แลบลิ้นเลียพลางหลับตาพริ้ม สำราญใจเสียจนไม่สนใจท่าทีครุ่นคิดของนักพรตเลยแม้แต่น้อย
ทว่ากินไปครู่หนึ่ง นางก็หันขวับไปมองเส้นทางที่เดินมา
รถม้าและผู้คนไม่น้อยล้วนสัญจรไปตามถนนดินเหลืองที่ทอดตัวยาวเบื้องล่าง
แม่นางสามสีสูดจมูก แล้วย้ายไม้ไผ่ในมือซ้ายไปรวมกับแท่งที่อยู่ในมือขวา สายตายังคงจ้องไปด้านหน้า ส่วนมือข้างที่ว่างนั้นก็ยื่นไปจับชายเสื้อของนักพรตไว้
“มีอะไรหรือ”
ซ่งโหยวเอี้ยวศีรษะถาม
ซ่งโหยวหันมองตามนางไป
ผู้คนส่วนมากล้วนมุ่งหน้าเข้าฉางจิง มีเพียงรถม้าคันหนึ่งวิ่งสวนออกมา คนขับก็คือลูกจ้างปีศาจกบตนนั้นนั่นเอง
รถม้ายังไม่ทันมาถึง ผ้าม่านก็ถูกเลิกขึ้น เป็นสาวใช้ที่ชะโงกหน้าออกมามองก่อน
“หยุด…”
รถม้าหยุดลงบนเส้นทางด้านล่าง
สาวใช้ลงมาก่อน จากนั้นจึงเลิกม่าน