ให้ผู้เป็นนายเดินลงจากรถ
ซ่งโหยวยืนรออยู่ริมทางแล้ว
“ครานั้นท่านถึงบอกว่าหากถึงฤกษ์งามยามดีจะออกจากฉางจิงพร้อมกัน แล้วร่วมทางกันไปสัก ไฉนเลยถึงจากไปเงียบๆ เช่นนี้เล่า” แม่นางหว่านเจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเสียจนแทบฟังไม่ออกว่ากำลังขุ่นเคืองหรือไม่
“ท่านนี่ช่างไม่เห็นแก่ไมตรีเอาเสียเลย” สาวใช้เสริมขึ้น
ซ่งโหยวรู้ดีว่านิสัยของทั้งสองเป็นเช่นไร
ดูเหมือนมีเพียงสาวใช้ที่ผิดแผกไป แต่แท้จริงทั้งคู่ล้วนมีท่าทีผิดแผกไปจากเดิม เพียงแต่คนหนึ่งผิดแผกชัดเจน หรืออาจเป็นเพราะคนหนึ่งสงวนท่าทีเก่ง ส่วนอีกคนนั้นไม่เลย ซ้ำแล้วยังชอบแบ่งแยกบทบาทกัน ซ่งโหยวจึงไม่ตอบรับคำประชดประชันนั้น เพียงยิงคำถามออกไปเลย
“แม่นางทั้งสองรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะออกเดินทางวันนี้”
“ท่านว่าหลังฤดูใบไม้ผลิมาเยือนจะไปจากฉางจิง บัดนี้อากาศอบอุ่น เหมาะแก่การเดินทางยิ่งนัก ขุนนางปัญญาชนล้วนออกไปเชยชมธรรมชาติ ข้าจึงคาดว่าท่านคงออกเดินทางช่วงนี้” แม่นางหว่านเจียงยิ้มบางๆ “เมื่อคืนมีงานเทศกาลโคมไฟฉลองความรุ่งโรจน์แห่งยุคทอง งดงามที่สุดในรอบหลายปี คาดว่าท่านย่อมอยู่ชมจนจบก่อนออกเดินทาง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” สาวใช้ยิ้มร่า “พวกข้าส่งองค์หญิงเรียบร้อยแล้วแล้วก็ตั้งใจจะอยู่ฉลองปีใหม่ ผ่านปีใหม่ไปก็คิดจะรอให้ถึงวันฟ้าเปิดเสียก่อน แต่พอรอแล้วก็พบว่าอีกไม่กี่วันจะมีเทศกาลโคมไฟ พอวันงานมาถึงย่อมอยากชมจนจบ โชคดีที่หลังจากนั้นไม่มีธุระอันใด