ู่คือผู้ไปทูลขอเวลาจากสรวงสวรรค์ เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการให้แม่นางหว่านเจียงชั่วคราว เป็นเวลาเพียงสามเค่อเท่านั้น
บัดนี้จึงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากแล้ว
ฝูงชนผลักสาวใช้ให้หลีกทาง ต่างพากันแห่ขึ้นไปชั้นบน แม้จะถูกลูกจ้างร่างกำยำขวางไว้ ก็ยังดึงดันขึ้นไปถึงชั้นสองจนได้ มองผ่านม่านแพรขาว เห็นเพียงโต๊ะและพิณกลางห้อง กับร่างสตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ล้มลงอยู่เบื้องหน้า ชายกระโปรงของนางยังคงพลิ้วไหว งดงามดุจเทพธิดาแม้ในยามสิ้นลม
ผู้คนมากมายต่างร่ำไห้
ใต้หล้านี้ไม่มีหญิงงามนามหว่านเจียงอีกต่อไปแล้ว
ผู้รักใคร่เพลงพิณ หลงใหลในดนตรียิ่งชีวิต จะไม่ได้ฟังบทเพลงอันสะเทือนดวงใจเช่นนี้ไปอีกตลอดกาล
นักพรตยังคงจูงมือเด็กหญิงเดินไปตามถนน
วันนี้แม่นางสามสีดื้อเป็นพิเศษ
บางทีก็วิ่งนำไปไกลหรือหยุดยืนมองโน่นนี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซ้ำยังเอื้อมมือไปจิ้มของที่พ่อค้านำออกมาเร่ขาย จนซ่งโหยวต้องดึงนางกลับมาทุกครั้ง ทว่าเมื่อเด็กหญิงเงยหน้าขึ้น แววตาอันใสซื่อไร้เดียงสานั้นกลับทำให้เขาไม่กล้าดุ
“แม่นางสามสีเมาแล้วหรือ”
“เมา…คืออะไรหรือ”
“เมื่อคนดื่มเหล้าเยอะเกินจะเริ่มมีอาการมึนงง สิ่งที่ปกติไม่ทำ”
“แม่นางสามสีไม่ได้ดื่มเหล้า”
“แต