่น้ำข้าวหมักนั่นทำให้เมาได้นะ”
“แค่หน่อยเดียวเอง!”
“แต่แม่นางสามสีดื่มไม่ยั้ง ดื่มถ้วยแล้วถ้วยเล่า”
“ก็เพราะมันหวาน เหมือนข้าวต้มเลย!”
“เช่นนั้นเจ้าถึงเมาอย่างไรเล่า”
“แม่นางสามสีไม่เวียนหัวเลยสักนิด”
“แต่ดูเจ้าจะคึกเกินไปหน่อยนะ”
“แม่นางสามสีไม่ได้คึก!”
“เช่นนั้นก็ดี กลับบ้านกับข้าเถิด อย่าวิ่งซนอีกเลย”
“ก็ข้าเป็นแมวนี่นา!”
“…”
“นักพรตเจ้าดูสิ! ฟ้าเปิดแล้ว!”
“…”
ซ่งโหยวหยุดเดินแหงนหน้ามองท้องฟ้า
คล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงก้มหน้าลงสบตาเด็กหญิง แล้วเอ่ยเสียงเบา
“ครานี้แม่นางสามสีไม่เพียงได้เห็นความงดงามของหนึ่งในสิ่งอัศจรรย์แห่งฉางจิง นั่นคือวิชาพิณอันเลิศล้ำ แต่ยังได้เห็นยามที่หนึ่งในสิ่งอัศจรรย์ดับสูญไปจากนครนี้กับตาตนเอง”
“ดับสูญ!”
“อีกหน่อยแม่นางสามสีก็จะเข้าใจเอง”
“นักพรตดูสิ ตรงนั้นมีเด็กยืนฉี่อยู่!”
“ไปเถิด…”
“พวกเราไปดูกันเถอะ!”
“…”
นักพรตไม่ตอบ เพียงจูงเด็กหญิงให้เดินกลับมา
ทว่าก้าวไปได้ไม่เท่าไร ก็ได้ยินเสียงหญิงสาวผู้หนึ่งแว่วมาจากด้านหลัง
“คุณชายซ่งหรือเจ้าคะ”
ซ่งโหยวหันไปมองพร้อมกับเด็กหญิงที่เขากุมมือไว้แน่น
เห็นหญิงชาวบ้านแต่งกายเรียบง่าย หน้าตาดูคุ้นเคย แต่กลับจำไม่ได้ว่าเป็นผู้ใด
แต่เพร