าะอีกฝ่ายเรียกชื่อเขา ซ่งโหยวจึงหันกลับไปทักทาย เพียงแต่เพราะยังจูงมือแม่นางสามสีไว้อยู่ จะให้ปล่อยมือ ก็กลัวนางวิ่งหนีไปดูเด็กที่ยืนปัสสาวะอยู่ข้างทาง จึงหมุนตัวไปมาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนมาจูงนางด้วยมืออีกข้างแล้วหันไปทางหญิงสาวผู้นั้น
“แม่นางคือ…”
“ท่านซ่งจำข้าไม่ได้หรือ ครานั้นลูกข้าป่วยหนัก คิดว่าโดนคุณไสย ข้าเชิญท่านมาดู แต่ท่านกลับบอกว่าไม่ใช่คุณไสย แล้วให้พาเขาไปรักษาที่โรงหมอ ไม่ต้องเสียเงินเลยแม้สักเหวิน” หญิงสาวเอ่ยพลางค้อมตัวคำนับ “ท่านมีเมตตาดุจเทพเซียน หากไม่ใช่เพราะท่าน ลูกข้าคงไม่มีชีวิตรอดเป็นแน่”
“อ้อ…”
ซ่งโหยวจำได้แล้ว
ครานั้นแม่นางผู้นี้อุ้มลูกมาหาเขาจริงๆ เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่สมัยนี้หมอผีหมอคนมักข้องเกี่ยวกัน ยากแยกแยะระหว่างโรคภัยกับสิ่งลี้ลับ คนที่ไม่รู้ก็คิดว่าถูกคุณไสย ซ่งโหยวจึงแนะนำให้ไปที่โถงจี้ซื่อ ซึ่งเป็นโรงแพทย์ที่ก่อตั้งโดยศิษย์ของหมอเทวดาไช่ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ ภายหลังหญิงสาวผู้นี้ยังเอาไข่ไก่มาให้เขาแทนคำขอบคุณด้วย
ซ่งโหยวไม่ได้หลงหลือ เพียงแต่เวลาผ่านไปนานถึงสามปี นับเป็นช่วงแวลาแสนยาวนานสำหรับชาวบ้านยากจนเช่นนาง ต้องทนตรากตรำลำบากอยู่เช่นนั้น