รูปลักษณ์ของนางย่อมเปลี่ยนไปมาก
“อ้อ ข้าจำได้แล้ว”
“แต่ถึงอย่างไรลูกข้าก็ยังไม่แข็งแรงนัก ข้าจึงไปหานักพยากรณ์ เขาบอกว่าชื่อลูกข้าไม่เป็นมงคล จึงนึกถึงท่านขึ้นมาเสียอย่างนั้น ท่านเป็นผู้มีวาสนา อยากให้ช่วยตั้งชื่อใหม่ให้ลูก ทว่าพอมาหาท่าน ท่านกลับไม่อยู่ที่นี่เสียแล้ว”
ซ่งโหยวยืนฟังอย่างตั้งใจ
การให้พระสงฆ์หรือนักพรตตั้งชื่อลูกถือเป็นเรื่องปกติในยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะในหมู่บ้านยากจนที่ไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ ส่วนผู้ลากมากดีทั้งหลายมักไปหาผู้วิเศษหรือปรมาจารย์ เพื่อขอชื่อที่เป็นมงคลและเกื้อหนุนชะตาชีวิต
“ตอนนั้นพวกข้ากำลังออกเดินทางพอดี”
“ท่านกลับมาคราวนี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงที่ถูกกุมมือไว้เริ่มเอี้ยวตัวไปมองเด็กชายที่ยืนอยู่ตรงมุมกำแพงด้านหลังหญิงผู้นั้น
“แล้วภายหลังได้เปลี่ยนชื่อหรือไม่”
“เปลี่ยนเจ้าค่ะ ข้าให้เจ้าอารามชิงเซียวในอำเภอตงเหอช่วยตั้งให้เจ้าค่ะ เดิมทีคิดว่าลูกข้าสุขภาพไม่ดีนัก จึงอยากตั้งชื่อ ‘อัน’ ให้เขาปราศจากโรคภัย แต่ชื่อหนึ่งพยางค์นั้นหรูหราเกินไปสำหรับชาวบ้านเช่นพวกข้า ให้ใช้ชื่อสองพยางค์แทน สุดท้ายจึงได้ชื่อว่า ‘ฉิวหนิง[1]’ นับแต่นั้นมา ลูกข้าก็ยังมีเจ็บป่วยบ้างเล็กน้อย