ือนเพิ่งเด็ดมาจากสวน
“พวกนี้ล้วนเป็นของที่บรรดาขุนนางผู้มั่งคั่งในเมืองส่งมาให้ ทั้งทับทิมจากแดนใต้ ทั้งองุ่นจากแดนตะวันตก เพิ่งสุกงอมเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ข้าใช้ดินเหลืองพอกไว้ ผ่านมาครึ่งปีจึงยังสดใหม่อยู่” สาวใช้ตักสุราพร้อมกับอธิบายไป ก่อนจะส่ายหัวไปมา “ไม่มีจิ้งจอกตนใดชอบของพวกนี้หรอก”
ทว่าแม่นางหว่านเจียงกลับไม่ได้กล่าวอะไร
ส่วนแม่นางสามสีก็หันไปจ้องบ่าวทั้งสองตาไม่กะพริบ
บ่าวสองคนนั้นวางถาดแล้วเดินรีบจากไป
ซ่งโหยวจึงจับหัวแม่นางสามสีให้หันกลับมา
“พวกนางเป็นปีศาจอ๊บอ๊บ!”
“กบต่างหาก…”
“กบ!”
เด็กหญิงตัวน้อยเผยสีหน้าเสียดาย
เนื้อกบก็อร่อยเหมือนกัน เสียดายที่พวกนางกลายเป็นปีศาจไปแล้ว
“เชิญดื่ม”
แม่นางหว่านเจียงหันมายิ้มบางๆ ให้ซ่งโหยว “ลองชิมดู ว่าต่างจากน้ำข้าวหมักที่ท่านคุ้นเคยหรือไม่”
“เกรงใจแม่นางแล้ว”
ซ่งโหยวยกถ้วยขึ้นดื่ม
รสชาติไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่เมื่อครั้งยังอยู่บนเขา ซ่งโหยวเป็นคนหมักเหล้านี้เอง หากจืดไปก็จะเติมน้ำผึ้งเพิ่มความหวาน แต่ของหอเซียนกระเรียนนั้นใส่น้ำตาลทรายขาวอย่างดี เป็นเครื่องปรุงชั้นเลิศของบรรดาคนใหญ่คนโตในฉางจิง เม็ดเล็กละเอียดดั่งทราย สีอ่อนและใสกว่าน้ำตาลทรายแดง แต่ก็ยังพอมีรสหวานคล้ายน้ำตาลทรายแดงอยู่บ้าง
ซ่งโหยวดื่มไปคิดไป ก่อนจะตักให้เด็กหญิงบ้าง โดยบอกนางว่านี่คือน้ำข้าวหมัก ไม่ใช่เหล้า รสชาติไม่เหมือนน้ำเปล่า เพราะใส่น้ำตาลให้ความหวาน
หย