อกเล่นได้บ้างแต่ก็ควรหยอกแค่พองาม
“หอมเหลือเกิน!”
นางแทะหมดในไม่กี่คำ ไม่เหลือกระดูกแม้ชิ้นเดียว แม้มือมันเยิ้มไปหมด แต่นางหาได้สนใจ เพียงเงยหน้าขึ้นถาม
“ท่านใช้วิธีอะไรกัน”
“วิธีของข้าเอง นี่คือการตุ๋นน้ำพะโล้”
“ไม่คิดเลยว่าท่านนักพรตจะมีฝีมือเช่นนี้! ไม่ปิดบังท่านเลย ตั้งแต่บ่าวรับใช้เช่นข้าติดตามนายหญิงมาอยู่ฉางจิง ก็ได้แต่กินหญ้ากับผลไม้เท่านั้น ยังไม่เคยลิ้มรสของอร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย!”
เด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างกายพลันแหงนหน้ามองพวกนาง
นางเห็นด้วยกับสิ่งที่หางจิ้งจอกกล่าวออกมาเมื่อครู่ กินแต่หญ้าและผลไม้จะไปอร่อยอะไรกัน
“บนเขานั้นเงียบสงบ นักพรตเช่นข้ามักหาอะไรทำฆ่าเวลา บางคนศึกษาเรื่องชา บางคนฝึกเพลงกระบี่หรือบรรเลงดนตรี ส่วนข้าก็ใช้เวลาไปกับเรื่องพวกนี้” นักพรตเอ่ยอย่างเป็นกันเอง เขายกถ้วยสุราขึ้นดื่มพลางปรายตามองไปยังสตรีที่นั่งอยู่ตรงข้าม
เพียงเห็นนางใช้นิ้วเรียวบางประคองถ้วยสุราขึ้นจิบอย่างละเมียดละไม รีบฝีปากแดงระเรื่อ ดวงหน้าดั่งหยกขาว งดงามยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง
จิ้งจอกเช่นนางจะเลือกรูปลักษณ์หรืออาหารอันโอชะกันแน่
หรือสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์จะเป็นจริง จิ้งจอกและหางใช้ดวงจิตเดียวกัน สัมผัสรับรู้ร่วมกัน แม้ภายนอกดูต่างกันราวคนละคน หากหางกิน ก็เท่ากับตัวได้กินด้วย
นางคล้ายจะรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง หรืออาจรับรู้ถึงความคิดของนักพรตได้ หญิงสาวจึงเหลือบตาขึ้นมองเขาปราดหนึ่งอย่าง