เฉยชาก่อนหันกลับไปมองสาวใช้ของตน
“ฮี่ๆ…”
สาวใช้หยิบมีดสั้นออกมาจาก เรียกความสนใจของแม่นางสามสีได้ในพริบตา สาวใช้ค่อยๆ หันเนื้อออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วส่งให้นายหญิงด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
แม่นางสามสีถึงได้ผ่อนลมหายใจลงบ้าง
แม่นางหว่านเจียงรับเนื้อชิ้นนั้นมาชิม
จากนั้นจึงเอ่ยกับนักพรตด้วยเสียงอันแผ่วเบา
“แม่นางชมเกินไปแล้ว”
ซ่งโหยวละสายตากลับมา เขายังคงเพลิดเพลินกับสุราเคล้ากลิ่นข้าวหมัก รสชาติหวานฉ่ำเหมือนน้ำตาล ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ข้ามาหาแม่นางครั้งนี้เพราะอยากขอคำชี้แนะเรื่องแคว้นเย่ว์โจว”
แม่นางหว่านเจียงนั่งนิ่งอยู่กับที่
สาวใช้ข้างกายก็เอียงคอมองนายหญิง ราวกับรอฟังว่านางจะตอบอย่างไร
แม่นางหว่านเจียงประคองถ้วยสุราขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงแล้วเริ่มเล่า
“ตั้งแต่ก่อนยุคบรรพกาล แคว้นเย่ว์โจวก็เป็นแผ่นดินที่เหล่าภูตผีปีศาจปรากฏตัวขึ้นมากมาย แต่หลังจากนั้นหลายพันปี ฟ้าดินกลับแปรเปลี่ยนรวดเร็วเกินความคาดหมาย มนุษย์ใช้เวลาไม่นานก็สถาปนาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ขึ้นมาได้ จากนั้นไม่นานก็เริ่มพัฒนาสติปัญญา ก่อเกิดเป็นพิธีกรรม, บทกวีและเสียงดนตรี กระทั่งผงาดขึ้นเป็นผู้ครอบครองใต้หล้า กลายเป็นที่โปรดปรานของสรวงสวรรค์ สถานที่ต่างๆ ที่เคยเป็นดั่งเขตต้องห้ามของมนุษย์ ก็ถูกยึดครองอย่างรวดเร็ว ภูตผีปีศาจทั้งหลายจึงทำได้เพียงล่าถอย ท่านนักพรตเกิดในยุคที่กฎเกณฑ์ต่างๆ มั่นคงแล้ว จะจินตนาการถึงความเปลี่ยนแปลงอันนำพาม