ังเมืองหยางตูเป็นอย่างน้อย
ซื้อเครื่องเทศครบแล้ว กลิ่นหอมพลันโชยออกมา แต่หากไม่ซื้อเนื้อวัวอีกสักหนึ่งชั่งกับไก่ครึ่งตัว ก็ดูเหมือนขาดอะไรไป
นักพรตจึงหันไปปรึกษาเจ้าแมว
แมวน้อยหาได้แสดงความคิดเห็น แต่คาดว่านางเองก็น่าจะเห็นด้วย
นักพรตใช้เงินไปไม่น้อย เขาหิ้ววัตถุดิบกลับบ้านไปพร้อมเจ้าแมว เดินทอดน่องผ่านถนนหนทางในนครฉางจิงไปอย่างไม่เร่งร้อน ครั้นกลับถึงบ้านก็ลงมือทำอาหารทันที
แม่นางสามสีแปลงกายเป็นมนุษย์ นั่งอยู่หน้าเตาไฟอย่างเรียบร้อย คอยทำหน้าที่ก่อไฟ ขณะเดียวกันก็คอยเงยหน้าดูว่านักพรตกำลังทำอะไร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความสงสัยอย่างบริสุทธิ์ใจ หรือกำลังลอบต่อว่าเขาที่ใช้เงินมากไปกันแน่
“เจ้าจะทำแกงเนื้อแกะ ทำไมต้องซื้อปลามาตั้งสองตัวด้วย”
“แม่นางสามสีอาจยังไม่ทราบ ที่บ้านเกิดของข้าจะใส่เนื้อปลาจี้ลงไปในแกงเนื้อแกะด้วย” ซ่งโหยวยิ้ม กล่าวพลางทำงานไม่หยุดมือ “แม่นางสามสีรู้หรือไม่ คำว่า ‘สดใหม่[2]’ เขียนอย่างไร”
“รู้สิ”
“เขียนอย่างไรเล่า”
“เขียนอย่างนี้!”
เด็กหญิงตัวน้อยหยิบท่อนไม้ฟืนออกมาจากกองในเตา กวาดวาดเป็นตัวอักษรกลางอากาศอยู่หลายที
“ตัวอักษรคำว่าสดใหม่มาจากการนำคำว่าปลากับแกะมารวมกัน ดังนั้นที่บ้านเกิดของข้าจึงใส่เนื้อปลาลงในแกงเนื้อแกะอย่างไรเล่า นำปลาจี้ไปทอดให้เหลืองเสียก่อน จากนั้นเคี่ยวน้ำแกงจนกลายเป็นสีขาวข้น ค่อยใส่ปลาลงไปต้มรวมกับเนื้อแกะ เคล็ดลับอยู่ที่สีของน้ำแกงต้องขาวข