้นราวน้ำนม รสชาติจึงจะออกมาหอมละมุน” ซ่งโหยวยังคงอธิบายอย่างอดทน
“เช่นนั้นก็เรียกว่าแกงเนื้อแกะไม่ได้น่ะสิ ต้องเรียกว่าแกงเนื้อแกะผสมเนื้อปลาถึงจะถูก”
“แม่นางสามสีรู้จักต่อยอดดีจริงๆ”
“ใส่หนูลงไปได้ไหม”
“…”
“ปลาอร่อย หนูก็อร่อย ข้าว่ามันต้องอร่อยกว่าเดิมแน่”
“…”
“ทำไมเจ้าถึงเงียบเล่า”
“แม่นางสามสีขยันคิดค้นนัก”
“จิตวิญญาณแห่งการคิดค้นหรือ”
“เป็นคำชม”
“ใช่แล้ว!”
เด็กหญิงพยักหน้าลงอย่างจริงจังแล้วใส่ฟืนเข้าไปในเตาอีก
เพียงเป่าลมเบาๆ เปลวไฟในเตาก็ลุกโชนขึ้นมาทันที
ระหว่างก่อไฟ นางก็เงยหน้ามองการเคลื่อนไหวของนักพรต
อากาศข้างนอกหนาวเหน็บ แต่หน้ากองไฟกลับอบอุ่นยิ่ง และเพราะพื้นที่บริเวณหน้าเตาไม่กว้างนัก จึงรู้สึกอบอุ่นกว่าที่อื่นอยู่บ้าง แม่นางสามสีชอบบรรยากาศเช่นนี้ นักพรตข้างหน้ายังคอยเอี้ยวตัวไปมา ระหว่างทำอาหารก็หันมาพูดคุยกับนางบ้าง ควันไฟพลันลุกโชนสร้างความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
ถ้าได้ก่อไฟเช่นนี้ไปเรื่อยก็คงดีไม่น้อย
แม่นางสามสีครุ่นคิด
ทว่าไม่นานนัก นักพรตก็จัดการหมักเนื้อวัวและไก่เสร็จเรียบร้อย แกงเนื้อแกะก็ตุ๋นจนได้ที่แล้ว
นักพรตล้างมือ ตอนนี้เขาพอมีเวลาพักมือแล้ว
ครั้นเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเด็กหญิงตัวน้อยกำลังแหงนหน้ามองเขาอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคู่นั้นคล้ายอยากพูดบางอย่าง แต่กลับอ่านไม่ออกว่านางกำลังคิดสิ่งใดกันแน่
“ได้สิ”
“ทำไมเจ้าไม่ถามเล่า ว่าเพราะอะไรข้าถึงคิดเช่นนั้น