ีหามาได้ ทำให้ชีวิตในเมืองฉางจิงของนักพรตและเจ้าแมวราบรื่นไปอีกหลายวัน
ไม่ทันไร ฤดูเหมันต์ก็มาเยือนแล้ว
ขันทีผู้หนึ่งมาเยือนถนนต้นหลิวพร้อมราชโองการจากวังหลวง ‘ขอเชิญซ่งโหยวเข้าร่วมงานเลี้ยงยามวิกาล’
ซ่งโหยวตอบรับ ไม่กี่วันให้หลังจึงแต่งตัวให้เรียบร้อย พาแม่นางสามสีติดตามขันทีเข้าวังไป
งานเลี้ยงของเชื้อพระวงศ์ต้าเยี่ยนมักจัดขึ้นในยามเที่ยง ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงขุนนางใหญ่ หรือเลี้ยงฉลองชัยชนะ ก็ล้วนจัดในตอนกลางวันทั้งสิ้น หากเป็นงานเลี้ยงยามวิกาล ย่อมมีเหตุพิเศษ อาจเป็นงานเลี้ยงส่วนพระองค์ หรือมีความหมายแอบแฝงบางประการ
ซ่งโหยวเข้าสู่วังหลวงในยามตะวันลับขอบฟ้า
ราชสำนักยังคงเหมือนเมื่อสามปีก่อนแทบไม่เปลี่ยนแปลง องค์ประกอบสถาปัตยกรรมสูงสง่าเหมือนภาพวาดต้องแสงอาทิตย์ยามสนธยา เผยความยิ่งใหญ่โอฬารสมฐานะราชวงศ์
ครั้นมาถึงตำหนักฉางเล่อก็ได้พบกับฮ่องเต้—
เพียงแรกเห็น ซ่งโหยวก็อดชะงักไม่ได้
ฮ่องเต้เหน็ดเหนื่อยโรยแรงลงอย่างเห็นได้ชัดกว่าครั้งก่อนพบกันมากนัก ทั้งที่ห่างกันเพียงสามปีครึ่ง แต่เวลาราวกับโหมซัดพระองค์อย่างหนัก เกศาหงอกขาว ใบหน้าโรยแรง แผ่นหลังก็โค้งงอลงราวชราไปนับสิบปีในชั่วพริบตา
คนเรานั้น บางครั้งความแก่ชราก็มิได้มาอย่างเชื่องช้า หากแต่ประดังเข้ามาในช่วงเวลาอันสั้นเพียงปีสองปีเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดต้านทานกาลเวลาได้จริงๆ
ซ่งโหยวหยุดยืน มองพระองค์อยู่ครู่หนึ่ง
ฮ่องเต้กลับเป็นฝ่ายยิ้มอ