ี่”
แต่สายตาเด็กหนุ่มกลับอดเหลือบมองไปทางด้านหลังไม่ได้
เพราะเด็กหนุ่มในชุดสีขาวดำนั้นรูปโฉมงดงามยิ่งนัก หาได้มีใบหน้ากร้านแดดกร้านลมดั่งตน ไม่รู้ว่าอาภรณ์ที่สวมใส่ทอขึ้นจากสิ่งใด มองใกล้ๆ เห็นเนื้อผ้าสีดำปนฟ้าเล่นแสงสวยงาม ไม่เหมือนผ้าบนตัวเขาเลย ทั้งที่ดูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ย่อมอดดูแคลนตนเองไม่ได้ แต่ในฐานะที่เป็นจอมยุทธ์พเนจร เขาย่อมมีท่วงท่าและรสนิยมเฉพาะตน ไฉนเลยจะมัวเหลียวแลความงามเพียงเปลือกนอก ทว่าครั้นกวาดสายตาไปเห็นปลากว่าสิบตัวที่ถูกนำมาร้อยเรียงกับเถาวัลย์ในมือของเด็กหนุ่มผู้นั้น วางเรียงรายอยู่กับพื้นน้ำแข็ง แล้วลองหันมาดูตนเองที่มีเพียงไม้ชุ่มน้ำเปล่าๆ ก็ยิ่งรู้สึกขวยเขิน
“ตอนนี้น้ำแข็งเปราะบางนัก ตกลงไปได้ง่ายๆ คุณชายไม่เห็นหรือว่าไม่มีผู้ใดกล้าลงไปเดินบนแม่น้ำแล้ว” เด็กชายเอ่ยเตือน “กลับขึ้นฝั่งเถิด”
“ก็ได้”
นักพรตก้มลงสบตาแม่นางสามสีครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินกลับขึ้นฝั่ง
แม่นางสามสีกลับเสียดาย เอาแต่เหลียวหลังมองแม่น้ำ
“จอมยุทธ์น้อยจับไม่ได้หรือ เอาสักสองตัวหรือไม่ พวกข้าจับได้มากอยู่ แบ่งให้เจ้าสองตัวก็ไม่เป็นไร”
“ไม่จำเป็นหรอก ข้าจับเองได้” เด็กหนุ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย หลายวันก่อนยังคิดอยู่ว่า หากวันใดจับปลาได้มาก ก็คงจะส่งไปให้คุณชายสักสองตัว ถือเป็นการตอบแทนน้ำชาที่เคยดื่มวันนั้น แต่ดูวันนี้เถิด คนผู้นี้ต้องการปลาจากตนเสียที่ไหน “เพียงแต่ข้าไร้ฝีมือ