นกลิ่นที่ไม่ควรมีอยู่ในยุคสมัยนี้ด้วยซ้ำ
“กลิ่นอะไรน่ะ”
“หอมเหลือเกิน!”
“เหมือนกลิ่นเนื้อเลย!”
“บ้านไหนทำกับข้าวกันนะ”
“หอมเหลือเกิน!”
สุราหอมยังส่งกลิ่นไม่ทั่วตรอก แต่กลิ่นเนื้อหอมเช่นนี้ ต่อให้ตรอกลึกเพียงใด ก็ส่งกลิ่นไปทั่วถึง
คนที่คุ้นเคยกับเนื้ออาจไม่ตื่นเต้น แต่หากให้อดอาหารสักช่วงหนึ่ง แม้เป็นเพียงเนื้อต้มธรรมดา กลิ่นที่เล็ดลอดออกมาก็ยังทำให้แทบเป็นลมด้วยความหิว ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นของเนื้อตุ๋นแสนหอมหวนนี้เลย
ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว
แม้แต่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมซึ่งฐานะดีกว่าคนทั่วไปเองก็เช่นกัน ครั้นได้กลิ่นเนื้อลอยมาจากครัวของตนเอง ก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้
เขายืนสังเกตอยู่นาน เห็นเพียงนักพรตหนุ่มใช้เครื่องเทศแปลกๆ มากมาย คัดเลือกอย่างพิถีพิถันตอนแรกมีเพียงกลิ่นเครื่องเทศโชยออกมา ยังไม่ยั่วน้ำลายนัก พอหย่อนเนื้อลงไป กลิ่นก็พลันเปลี่ยนไปทันที
“ข้ากำลังทำเนื้อตุ๋นอยู่”
“เนื้อตุ๋น?”
“เป็นอาหารบ้านเกิดข้า หากินยากนัก”
“…”
ใจเขาเริ่มคิดใคร่ครวญ อยากเอ่ยปากขอสูตรลับ
อยากเอ่ยปากถามนักพรตหนุ่มว่าจะสอนตนทำบ้างได้หรือไม่ แต่พอเห็นเครื่องเทศนับไม่ถ้วนที่ชั่งตวงตามสัดส่วนพอดีทุกอย่าง ก็คิดว่านี่คงเป็นเคล็ดลับที่มิอาจเผยแก่ใครง่ายๆ คิดจะเสนอแลกสูตรกับค่าห้องหรือให้สิ่งตอบแทนอื่นๆ ก็น่าเสียดาย เมื่อคิดจะออกปากถามไปตรงๆ ก็ยังเกรงใจอยู่บ้าง คิดไปคิดมา ก็นึกได้ว่านักพรตยังต้องพำนักที่นี่อ