ีกราวยี่สิบวัน อาจจะทำอาหารชนิดนี้อีก ตนเพียงเฝ้าดูและจดจำ บางทีอาจเรียนรู้สูตรได้ด้วยตนเอง และถ้าจะทำดีกับเขาสักหน่อย ก็เพียงเอาใจใส่เขามากขึ้น ส่งของเล็กๆ น้อยๆ ให้บ่อยหน่อยก็เพียงพอแล้ว
คิดไม่ทันตก ก็เหลือบไปเห็นซ่งโหยวหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มละไม
ราวกับอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่ง
“!”
เถ้าแก่สะดุ้งโหยง รู้สึกราวกับความคิดลับๆ ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว มิใช่เพราะกลัว แต่เพราะละอาย
ซ่งโหยวกลับเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “อยากลองชิมดูบ้างหรือไม่เล่า”
“เอ่อ… เช่นนั้นจะไม่เป็นการเสียมารยาทหรือ”
“เถ้าแก่อยู่ฉลองปีใหม่ที่นี่หรือ”
“เดิมทีคิดจะออกไปนอกเมือง พาท่านพ่อมาฉลองด้วย แต่ฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ท่านพ่อก็ด่วนจากไปเสียก่อน บุตรชายคนโตค้าขายอยู่ต่างถิ่น บุตรคนรองก็ออกรบยังไม่กลับมาสักที ปีนี้จึงเหลือเพียงข้าและภรรยา สองคน คิดว่าไว้หลังปีใหม่ค่อยออกไปเยี่ยมญาติ”
“ก็ดีแล้วสิ ข้ามีเนื้อ แต่ไม่มีอาหารอื่น และไม่ได้หุงข้าว ถ้าท่านยินดี ข้าก็จะแบ่งเนื้อตุ๋นนี้ให้ท่านด้วยดีหรือไม่”
“เช่นนั้นข้าจะไม่เอาเปรียบท่านหรือ”
“เถ้าแก่ล้อเล่นแล้ว” ซ่งโหยวหัวเราะเบาๆ “วันขึ้นปีใหม่ มีหรือจะพูดกันเรื่องเอาเปรียบไม่เอาเปรียบ”
อำเภอเล็กๆ แห่งนี้ มิได้มีอะไรให้เดินเล่นมากนัก พอตะวันลับฟ้า ความมืดโรยตัวลงมาก็กลายเป็นค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า
เสียงประทัดดังเป็นระยะๆ แว่วมาแต่ไกล
ซ่งโหยวยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องบนชั้นสอง มองออกไปเห็นเพียงแส