ก็เลือกคนหน่อย เลือกเวลาให้เป็นด้วย!”
แล้วก็หันมายิ้มประจบกับซ่งโหยว
“อย่าไปใส่ใจเลยท่าน เด็กๆ จะรู้อะไร ส่วนมากก็หวังหลอกเอาค่าบอกทาง เทศกาลปีใหม่เช่นนี้มีอยู่ถมไป ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินไม่กี่เหวิน!”
ซ่งโหยวยิ้มรับ
ทว่าเด็กชายคนนั้นกลับยังจ้องเขาด้วยแววตาสุกใสเป็นประกาย “ข้าไม่เคยหลอกใครนะ ปกติข้ากคอยนำทางคนอยู่ที่ประตูฝั่งเหนือ คอยพาคนไปส่งตามที่ต่างๆ ข้ามีชื่อเสียงพอตัว ท่านไปถึงแล้วค่อยจ่ายเงินก็ได้!”
“เฮ้อ…”
เถ้าแก่ยิ้มแหย “ข้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ไม่ยักจะรู้ว่ามีที่ใดขายเครื่องเทศ นอกจากร้านยาแล้ว เจ้าจะหมายถึงที่ไหนได้ หากตอบไม่ได้ ข้าไม่ยอมปล่อยให้เจ้าฉลองปีใหม่อย่างสงบสุขแน่!”
“ข้าบอกแล้ว เวลาว่างข้ามักไปยืนที่ประตูฝั่งเหนือ คอยนำทางให้ผู้คนอยู่เสมอ พอใกล้ปีใหม่ พวกพ่อค้าขายเครื่องเทศก็เข้ามาในเมือง ตั้งแผงอยู่ทางฝั่งตะวันออกตลอดทั้งวัน หลายวันนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้ดึกแล้ว พวกเขาคงเก็บของกลับกันหมดแล้วแน่” เด็กชายสูงเพียงแค่อกซ่งโหยว แต่คำพูดกลับฟังดูโตเกินวัยมาก “แต่ข้ารู้ว่าพวกเขาพักอยู่ที่ใด ข้าขอแค่ห้าเหวิน แล้วจะพาท่านไปส่งถึงที่แน่”
“นี่เจ้า…”
เถ้าแก่หันกลับมามองซ่งโหยว เห็นทีเด็กหนุ่มคงมิได้โกหก ทั้งยังดูออกว่าซ่งโหยวคิดจะไปจริง จึงเอ่ยกำชับขึ้นว่า “หากคุณชายคิดจะไปจริงๆ ก็จงจำไว้ให้ดี ไม่ว่าเด็กนี่จะอ้างสิ่งใด ก็ต้องจ่ายเงินตอนไปถึงที่เท่านั้น หากมันคิดจะพาไปที่