งก้าวไปเปิดหน้าต่างออก พลางเป่าลมเบาๆ กลับกลายเป็นลมกรรโชกรุนแรงพัดเข้ามา กวาดเอากลิ่นอับออกไปหมดสิ้น
หันกลับมาอีกที แมวน้อยก็กลายร่างเป็นเด็กหญิงตัวน้อยแล้ว นางกำลังเลียนแบบท่าทางของเขา ค่อยๆ รื้อของในย่ามออกมาทีละชิ้น
เหยือกน้ำกับถ้วยชามที่โรงเตี๊ยมเตรียมไว้ก็มีอยู่ แต่ซ่งโหยวพกของตนมาเอง นางจึงหยิบวางเรียงไว้บนโต๊ะ
ตะเกียงที่เมื่อครู่ยังวางข้างย่าม บัดนี้ถูกยกไปไว้ใกล้เตียง
ถุงย่าม กริช และธง ก็ถูกจัดเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ
รู้ว่าทุกครั้งที่ซ่งโหยวปักหลักอยู่แห่งใด ย่อมต้องเขียนบันทึก นางจึงหยิบพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกมาเรียงไว้ให้
เด็กหญิงตั้งใจเรียงสัมภาระราวกับเป็นศิษย์ตัวน้อยจริงๆ
บางทีก็รู้สึกว่านางเริ่มโตเกินวัยแล้ว
ซ่งโหยวรู้ดีถึงความคิดของนาง นางมักะคิดว่าตนเป็นแมวตัวโตเฉลียวฉลาด ต้องคอยดูแลนักพรต ไม่ต่างจากแมวบ้านทั่วไปที่พอโตขึ้น ก็มักแสดงท่าทีเหมือนหันกลับมาเลี้ยงเจ้าของ เสมือนจะรู้สึกภาคภูมิใจจากการทำเช่นนั้น
“ขอบคุณแม่นางสามสี”
ซ่งโหยวยิ้ม เขามองออกไปยังถนนเบื้องล่างผ่านหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง เด็กหญิงก็จัดการฝนหมึกให้เรียบร้อยแล้ว
เขาจึงจำต้องนั่งลง กางกระดาษขาวออกแล้วเริ่มเขียนตามเคย
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปพักที่เมืองหลวงของจ้าวโจว ทว่าช่วงนี้ตรงกับเทศกาลปีใหม่ อีกทั้งดินแดนเหนือก็เต็มไปด้วยหิมะหนาวเหน็บ หนทางยากลำบาก สภาพอากาศโหดร้าย รอให้หิมะละลายเข้าสู่ฤดูใบไ