ง ไปเดินสำรวจพื้นที่ริมซีหูคนเดียว ไม่ระวังเลยนะ” เซี่ยตงจิบชา เป็นชาหลงจิ่ง แต่น่าจะเป็นเกรดธรรมดา รสฝาดนิดๆ
“เฮ้อ อย่าพูดถึงเลย” ซูหว่านฉิงแลบลิ้น ท่าทางน่ารักน่าชัง
“ทางสถานีจะมีการถ่ายทอดสดงานดอกไม้ไฟ ฉันเป็นเด็กฝึกงาน อยากหาจุดตั้งกล้องดีๆ เลยกะว่าจะไปดูลาดเลาก่อน”
“ใครจะไปรู้ว่ารั้วกั้นตรงนั้น… มันหลวม!”
“พอพิงปุ๊บ หงายหลังร่วงเลย”
เธอตบหน้าอกตัวเองเบาๆ คอเสื้อเผยอขึ้นนิดหนึ่ง เซี่ยตงเห็นขอบลูกไม้สีอ่อนแวบๆ
เขารีบเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
“อันตรายจริงๆ”
“ใช่ไหมล่ะ!” ซูหว่านฉิงยังสยองไม่หาย “ตอนตกลงไป หัวสมองขาวโพลนไปหมด นึกว่าจะต้องมาจมน้ำตายในซีหูซะแล้ว”
“น้ำซีหูไม่ลึกหรอกครับ” เซี่ยตงปลอบ
“แต่ฉันว่ายน้ำไม่เป็นนี่นา!”
“……”
เซี่ยตงเถียงไม่ออก นี่มันจุดตายจริงๆ
“โชคดีที่คุณโผล่มา” ซูหว่านฉิงมองเขาตาแป๋ว “คุณว่ายน้ำเก่งมาก แล้วก็… สุขุมสุดๆ”
“ตอนนั้นฉันตกใจจนตะเกียกตะกายมั่วซั่ว เกือบจะลากคุณจมไปด้วยแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร” เซี่ยตงยิ้มถ่อมตัว
ชาติที่แล้วอยู่ไซต์งาน หน้าร้อนทางโครงการพาไปว่ายน้ำที่เขื่อนบ่อยๆ ฝีมือว่ายน้ำเขาใช้ได้เลย
“จริงสิ” จู่ๆ ซูหว่านฉิงก็โน้มตัวเข้ามา กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะจมูก
“เซี่ยตง”
“ครับ?”
“คุณ… อายุเท่าไหร่?”
เซี่ยตงกำลังคีบหมูตงโพ ชะงักกึก
น้ำมันจากชิ้นหมูหยดติ๋ง
เขารู้ว่าคำถามนี้ต้องมา
ไม่ว่าจะเป็นความเยือกเย็นตอนช่วยคน หรือการพูดจาที่ดูนิ