ช่องว่างระหว่างสองยุคนี้ มีสิ่งที่เรียกว่า “เทคโนโลยี” ขวางกั้นอยู่
เขาจำได้ว่าหัวหน้าโปรเจกต์ชายวัยกลางคนหัวล้านเลี่ยน จิบชาเก๋ากี้แล้วเล่าความหลังให้เด็กใหม่ฟัง
“พวกแกไม่เคยลำบากกันหรอก”
“ช่วงปี 2000 กว่าๆ ตอนพี่เข้าวงการใหม่ๆ พ่อค้าแม่ค้าเถาเป่าไม่ได้กลัวขายไม่ได้นะ กลัวขายดีเกิน!”
“พัสดุกองเป็นภูเขา เกณฑ์คนทั้งบ้านมานั่งเขียนใบปะหน้ายันเช้า มือหงิกกันเป็นแถว”
“พวกหัวใสหน่อย ก็ใช้ Excel ดึงข้อมูลออกมา แล้วใช้เครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม (Dot Matrix) พิมพ์ ‘ตืดๆๆๆ’ เสียงดังจนสมองจะไหล”
“แถมต้องมานั่งเล็งบรรทัดเอง พิมพ์เบี้ยวทีเสียดายกระดาษ เพราะใบหนึ่งต้นทุนหลายตังค์”
ตอนนั้นเซี่ยตงฟังเหมือนฟังนิทานปรัมปรา
เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า ยุคเริ่มต้นของอีคอมเมิร์ซที่พี่ๆ เขาบอกว่าเหมือน “ยุคหิน” มันเป็นยังไง
แต่ตอนนี้… เขากำลังยืนอยู่กลาง “ตำนาน” บทนั้น
ตัวเขาเองนี่แหละ คือตำนาน
“เสี่ยวตง! อย่ายืนเฉยสิลูก มาช่วยกันเช็กยอดหน่อย!”
โจวอวิ๋นฟางเงยหน้าขึ้น สะบัดข้อมือที่ปวดเมื่อย ร้องเรียก
เซี่ยตงได้สติ
เขามองความเหนื่อยล้าและความกังวลบนใบหน้าพ่อแม่ ความรู้สึกบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อนครับ”
เซี่ยตงเอ่ยขึ้น เสียงไม่ดัง แต่ชัดเจน
ทั้งสามคนหยุดมือพร้อมกัน หันมามองเขาเป็นตาเดียว
“หยุดเขียนกันก่อน”
“ฮะ?” โจวอวิ๋นฟางงงเป็นไก่ตาแตก “ไม่เขียน? แล้วของพวกนี้ล่ะ? ลูกค้ารออยู่นะ”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วขมวดค