รั้นนึกถึงตรงนี้ เขาก็เงยหน้าขึ้นทอดมองดินบนกำแพงที่อยู่สูงเหนือฟ้า แล้วเอนศีรษะเอียงหูฟังเล็กน้อย ทว่าครู่ต่อมาสีหน้าก็เผยความผิดหวังออกมา
แม้แต่เจินจวิน… ก็ยังคำนวณมิได้?
“ยอดเยี่ยมนัก”
หงเทียนทอดถอนใจคำหนึ่ง ในที่สุดก็ละเสียจากความคิดที่จะจับ “ผู้มาจากต่างภพ” ไว้เป็น ๆ หันกลับแผ่ฝ่ามือออก
“ขอเชิญสหายเข้าไปภายใน สนทนากันสักครา”
เมื่อคำพูดจบลง ก็เห็นแสงสว่างงามพิศดารปรากฏขึ้นในฝ่ามือของหงเทียนเจินเหริน ในนั้นมีตำหนักย่อส่วนหลังหนึ่งตั้งอยู่ พอสัมผัสลมก็ขยายตัวออก ลวี่หยางเพ่งมองอย่างแน่วแน่ ก็เห็นบรรยากาศของปิดบังรูปกาย ป้องกันสื่อสารระหว่างภายในกับภายนอกไหลเวียนอยู่รอบนอกอย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดว่า เป็นสมบัติแห่งมรรคผลที่สอดคล้องกับดินบนกำแพง
“นี่คือตำหนักซ่อนเร้น”
หงเทียนเผยยิ้มบาง เอ่ยพร้อมแผ่ฝ่ามือชี้นำว่า “ตราบใดที่สนทนาภายในตำหนัก จะไม่มีผู้ใดคำนวณถึงถ้อยคำระหว่างเรา อีกทั้งจะมิหลงเหลือเหตุและผลใดไว้เบื้องหลัง”
“ประเสริฐ”
ลวี่หยางได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า จากนั้นก็ก้าวยาวเข้าไปด้านในทันที หงเทียนเห็นดังนั้นก็บังคับแสงเหาะตามเข้าไปในตำหนักซ่อนเร้นเช่นเดียวกัน
“โครม!”
เมื่อทั้งสองเพิ่งเหยียบย่างเข้าไปในตำหนัก ก็เห็นบานประตูใหญ่ปิดลงในทันใดภาพลักษณ์ไหลเวียนทั่วตำหนัก ราวกับเปิดโลกใหม่ตัดขาดจากฟ้าดินภายนอกโดยสิ้นเชิง
เกือบจะในเวลาเดียวกัน หงเทียนก็ประสานมือทำมุทราทันที เหล่าวิชาเทพน