ัญญาหมั้นหมาย ก็ย่อมถือว่าเป็นคนของสกุลฟู่แล้ว การที่คนสกุลลู่กล้ากดขี่ข่มเหงนางถึงเพียงนี้ มิเท่ากับว่าไม่เห็นจวนหนิงผิงโหวและตัวเขาอยู่ในสายตากระนั้นหรือ?
ในใจรู้สึกขุ่นมัวจนพลอยหมดความอยากอาหารไปด้วย เขาวางตะเกียบลงด้วยสีหน้าบึ้งตึง สาวใช้และบ่าวอาวุโสที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ ต่างพากันเงียบกริบ ยืนตัวสั่นงันงกแทบอยากจะล่องหนหายตัวไปเสียเดี๋ยวนี้
ลู่เจินเจินกลับไม่ได้คิดมาก ประโยคเมื่อครู่นางเพียงแค่จะอธิบายว่าเหตุใดตนเองถึงกินเยอะจนเสียกิริยาเช่นนั้น หาได้มีเจตนาใส่‘ยาหยอดตา’[3] เพื่อทวงความยุติธรรมคืนให้เจ้าของร่างเดิมแต่ใด เจ้าของร่างเดิมก็ส่วนเจ้าของร่างเดิมสิ นางไม่ใช่แม่พระ จึงไม่คิดจะแบกรับความรักความแค้นของใครมาใส่บ่าตนเอง
หากวันหน้าฟ้าดินเป็นใจ ชัยภูมิเกื้อหนุน และกำลังพลพร้อมสรรพ นางยินดีที่จะขุดหลุมพรางเล่นงานตระกูลลู่ให้เจ็บแสบสักครั้ง แต่ยามนี้ลำพังตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอด ก็อย่าเพิ่งมาสาธยายเรื่องกฎแห่งกรรมกับนางเลย
เอาเป็นว่า… ตราบใดที่นางไร้ซึ่งศีลธรรม ใครก็เอาศีลธรรมมาบีบนางไม่ได้ [4]
ฟู่จื่ออี้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียว หันมาอีกทีก็เห็นลู่เจินเจินยังคงก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดอาหารที่เหลือบนโต๊ะต่อไปอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน เล่นเอาเขาพูดไม่ออก เดิมทีตั้งใจจะอยู่ต่อเพื่อ‘หนุนหลัง’ลู่เจินเจินสักหน่อย แต่ตอนนี้กลับหมดอารมณ์เสียแล้ว
เขาจึงสะบัดชายเสื้อเดินออกจากประตูไป