ี่ แต่สายไปเสียแล้ว…หลินมู่อวี่จับมันใส่ในถุงผ้าดำก่อนจะแบกขึ้นหลัง เจ้ามังกรทำได้เพียงขดตัวเป็นก้อนปล่อยให้ผู้เป็นนายแบกอยู่อย่างนั้น ฉินอินและถังเสี่ยวซีหัวเราะกับภาพที่เห็น ความเศร้าหมองจากการตายของซูฉินหายไปชั่วครู่
อันที่จริง แม้ซูฉินจะเป็นลุงของฉินอิน ทว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันมาหลายปี ความรู้สึกผูกพันที่มีจึงเบาบางลง ส่งผลให้ลืมความเจ็บปวดได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ฉินอินเท่านั้น…ทั้งโลกเองก็เป็นเช่นเดียวกัน
…
เช้าตรู่หลังทานมื้อเช้าอย่างง่ายเสร็จ การล่าสัตว์วันแรกก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ตามคำสั่งฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนทหารอวี้หลินสองพันคนได้แยกย้ายกันกระจายตัวทั่วพื้นที่ล่าสัตว์ ขณะที่เว่ยโฉว เซี่ยโหวซางและหน่วยองครักษ์อินทรีคนอื่นๆ จับธนูยาวเดินลาดตระเวนไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีหลินมู่อวี่ที่ออกล่าเอง และฉินอินกับถังเสี่ยวซีไปด้วยกัน ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพียงผู้คุ้มกัน หากการล่านี้คงพอให้ฉินอินมีความสุขขึ้น
ม้าศึกสามตัววิ่งตรงเข้าป่า กองกำลังองครักษ์อวี้หลินที่ตามหลังมาแยกย้ายกันไปคนละทาง
หลินมู่อวี่ขยายฌานสัมผัสออกไป ไม่มีศัตรูที่อันตรายในระยะสิบไมล์ นอกจากสัตว์วิญญาณทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ล่า และมีเพียงบางตัวเท่านั้นที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง
ฉินอินที่แบกธนูหยกอยู่เอ่ยขึ้น “ท่านพี่ เสี่ยวซี เรามาแข่งกันว่าใครจะยิงเหยื่อได้มากกว่าดีหรือไม่?”
“ตกลง!”
ถังเสี่ยวซียิ้มตอบพลางกระชับธนู