้าวเข้าไปด้านในก็พบว่าหอหลิงหยุนนั้นเป็นห้องโล่ง มีเพียงโต๊ะเก่าๆ ตั้งอยู่ด้านใน แต่ละโต๊ะมีชุดเกราะ ศาสตราวุธ และสิ่งของอีกมากมาย ศาสตราวุธบางชิ้นเป็นดาบยาว บางชิ้นเป็นกระบี่ และบางชิ้นเป็นค้อนสงคราม ด้านหลังของโต๊ะมีโกศจิตวิญญาณ
หลินมู่อวี่เดินเข้าไปใกล้ก็เห็นตัวหนังสือที่เขียนอยู่บนโกศจิตวิญญาณอันดับแรก ‘จิตวิญญาณผู้ก่อตั้งแม่ทัพเซี่ยงเหวินเทียน’
“เซี่ยงเหวินเทียน?”
หลินมู่อวี่ตะลึง “เทพทหารเซี่ยงเหวินเทียนผู้เป็นบรรพบุรุษเซี่ยงอวี้ใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ใช่”
ฉินจิ้นเผยยิ้มจางๆ ขณะที่เอื้อมมือไปที่โกศจิตวิญญาณด้านหลังและกล่าวว่า “หอหลิงหยุนเป็นสถานที่ที่จักรวรรดิฉินสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานแก่แม่ทัพผู้เกรียงไกรในอดีต และผู้มีบุญญาธิการเท่านั้นจึงจะสามารถเข้ามาอยู่ในหอหลิงหยุนนี้ได้ จักรวรรดิฉินปกครองแผ่นดินมานานหลายพันปี ทว่ามีแม่ทัพอยู่ที่นี่เพียงยี่สิบหกนายเท่านั้น ในช่วงร้อยปีมานี้ยังเกิดสงครามอย่างต่อเนื่อง เจิ้งอี้ฝานและแม่ทัพชายแดนผู้แข็งแกร่งเฟิงอี้เฉิงก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของหอหลิงหยุน แต่เจิ้งอี้ฝานยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่เฟิงอี้เฉิงเสียชีวิตในศึกสงครามไปแล้ว”
หลินมู่อวี่เขาไปมองใกล้ๆ ก็พบว่าบุคคลที่สองคือหลัวตงไห่ ผู้เป็นบรรพบุรุษของหลัวอวี่ อาจเป็นเพราะแม่ทัพผู้เก่งกล้าเช่นนี้ทำให้ลูกหลานอย่างหลัวอวี่ต้องการเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้างมังกรผงาด เพื่อเดินตามรอยบรรพบุรษของเขา