!
สำหรับเจิ้งอี้ฝานอยู่อันดับที่เจ็ด ส่วนเฟิงอี้เฉิงอยู่อันดับที่สิบหก หลินมู่อวี่ไม่รู้จักคนอื่นที่เหลือ เขาไม่มีเวลาศึกษาประวัติศาสตร์ของแผ่นดินนี้มากนัก
“ไม่ทราบว่าเสด็จพ่อพาข้ามาที่หอหลิงหยุนด้วยการใดขอรับ?” หลินมู่อวี่เอ่ยถามอย่างกะทันหัน
ฉินจิ้นหัวเราะ “อาอวี่ วีรบุรุษมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีศึกสงคราม ข้าคิดว่าเจ้าควรเข้าใจความจริงข้อนี้ด้วย อีกทั้งเจ้าเป็นคนฉลาด ขณะนี้มีเพียงเจ้าและพ่อในหอหลิงหยุน เจ้าไม่เข้าใจหรือ? จักรวรรดิฉินแห่งนี้กำลังตกอยู่ในความโกลาหล ทางตอนใต้ของภูเขาฉิน องค์ชายจากทั้งสี่มณฑลติดตามน้องชายของข้า…ราชาเจิ้นหนานฉินอี้ ข้าไม่ได้เจอเขานานหลายปีแล้ว ขณะที่ทางเหนือของภูเขาฉินมีผู้นำที่ยิ่งใหญ่แปดคนในแต่ละมณฑล ส่วนมณฑลหลิงเป่ย มณฑลชางหนาน และมณฑลตี่ฉิงขณะนี้อยู่ในการปกครองของพ่อ อีกห้ามณฑลที่เหลือนั้น…มณฑลชีไห่อยู่ในการดูแลของหลานกง ขณะที่มณฑลอวิ้นจงอยู่ในการดูแลของหยุนกง สำหรับมณฑลเทียนชู่แม้จะมีการจ่ายส่วยทุกปี แต่อำนาจทางการทหารมิได้อยู่กับพ่อ มณฑลหลิงตงเป็นพื้นที่ห่างไกลทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีพื้นที่แห้งแล้ง มีชาวบ้านอยู่เบาบาง และกำลังทหารไม่ถึงหมื่นนายจึงไม่นับ มณฑลทงเทียนเป็นพื้นที่ติดทะเลและไม่สะดวกในการเดินทาง แม้แต่นกส่งสารก็บินไปที่นั่นไม่ได้ จึงมิได้อยู่ในการควบคุมของพ่อ”
ฉินจิ้นถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยและกล่าวว่า “จักรวรรดินี้…ฉินอี้ ซูมู