ร้อม ยิง!” หลงเซียนหลินออกคำสั่งอย่างต่อเนื่อง
พลธนูที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดฝีมือกระหน่ำยิงกระทั่งกองทัพหยาดสายัณห์ล้มตายหลายนาย
ในเวลาไม่ถึงสิบนาทีทหารสองพันนายของซูฉินก็เหลือไม่ถึงห้าร้อยในขณะที่ทัพห้าหุบเขาเสียคนไปเพียงร้อยกว่านาย
ซูอวี่ทนมองไม่ไหวจึงเอ่ยเตือน “ท่านพี่ เราฝืนสู้เช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ สั่งให้ทหารถอยเถิด!”
ซูฉินกัดฟันกรอดและกำหมัดแน่น “ถอยก่อน!”
ซูฉินมองไปยังเมืองห้าหุบเขาด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง “ข้าสาบาน หลงเซียนหลิน…ข้าจะถล่มเมืองของเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลองและฉีกเจ้าออกเป็นชิ้นๆ!”
…
ตกค่ำ กองทัพหยาดสายัณห์เจ็ดหมื่นนายตั้งค่ายอยู่นอกเมืองห้าหุบเขาเห็นได้จากแสงไฟที่สว่างไปทั่ว กลุ่มทหารในเมืองกำลังช่วยกันขนก้อนหินและไม้มาป้องกันเมือง หลงเซียนหลินหน้าตาไม่สู้ดี ค่อยๆ ใช้ทวนประคองน่างของตนไปกับกำแพง
สวี่เดินเข้าไปเอ่ยถาม “แม่ทัพหลง…ศพของท่านผู้ว่า…”
“เอาไปฝังไว้นอกเมือง”
หลงเซียนหลินตอบก่อนจะถามต่อ “สถานการณ์ทางฝั่งใต้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ส่งทหารหมื่นนายไปคุ้มกันแล้วขอรับ ไม่มีใครหลุดรอดเข้ามาได้แน่นอน”
“ดี…”
หลงเซียนหลินเงยหน้ามองท้องฟ้า “คืนนี้มีเมฆครึ้มนัก ไม่มีแม้แต่ดาวสักดวง สั่งเตรียมพร้อมโจมตีค่ายของซูฉินคืนนี้”
“โจมตีกลางดึกหรือขอรับ?”
สวี่เผลอสบถ “แม้ซูฉินจะดูเป็นคนบ้าบิ่นทว่าเขาก็เป็นทหารมานาน เขาคงมองออกว่าเราจะซุ่มโจมตีกลางดึกเช่นนี้”
หลงเซียนหลินยิ้มกริ