ังกุมมือหลินมู่อวี่ไว้แน่น นางหลับอย่างเงียบสงบราวกับภูตงามที่หลับลึกอยู่ในป่าชวนให้ผู้คนหลงใหลยามได้มอง
…
ใกล้รุ่งสาง หลินมู่อวี่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา
ฟืนท่อนสุดท้ายถูกไหม้จนเหลือแต่ธุลี ทิ้งไว้เพียงควันจางลอยล่องไปในอากาศ
“กรร…”
ไม่ไกลจากบริเวณที่กระโจมตั้งอยู่ มีหมาป่าฝูงหนึ่งกำลังขบเขี้ยวพลางน้ำลายยืด ดวงตาสีน้ำตาลของพวกมันจดจ้องกระโจมหลังเล็กไม่กะพริบ ราวกับได้เจอกับอาหารอันโอชะ
จ่าฝูงหมาป่าส่งเสียงครางออกมาขณะมองด้วยสายตาแห่งความละโมบ แววตาของมันเปล่งประกายสีทองราวกับว่ามันมีความคิด มันสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณจางๆ ของมนุษย์สองคนในกระโจม จากพลังที่แผ่ขยายออกมานั้นกล่าวได้ว่าเป็นอาหารชั้นเลิศ! เพราะหากสัตว์วิญญาณได้กินมนุษย์ที่มีพลังยุทธ์ จะทำให้พลังและอายุขัยเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ความแข็งแกร่งของสัตว์วิญญาณสามารถวัดได้จากอายุขัย ดังนั้นอสูรอายุหมื่นปีอาจเกิดจากอสูรสามพันปีที่กลืนกินพลังยุทธ์จากมนุษย์
“บรู้ว…”
หมาป่าจ่าฝูงส่งเสียงหอนอย่างเกรี้ยวกราดนำฝูงหมาป่าสามสิบตัวบุกเข้าโจมตีกระโจมของหลินมู่อวี่
…
ขณะกำลังหลับอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นทักษะชีพจรวิญญาณของหลินมู่อวี่ก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานอันทรงพลังได้ เขารีบลุกขึ้นโดยพลันและปลุกฉินอินให้ตื่น “เสี่ยวอินตื่นเร็ว…มีสัตว์วิญญาณกำลังซุ่มโจมตี!”
“เจ้าค่ะ!”
ฉินอินลุกขึ้นสวมรองเท้าโดยพลันก่อนจะดึงถุงนภาครามที่มัดเอวไว้แล้วหยิบกู่ฉินอ