ิ่มเติมหรือขอรับ?” เว่ยโฉวหันมาถาม
“ช่วยจัดเตรียมชุดทหารฝึกหัดสำนักดอัศวินให้ข้าที ข้าจะลอบไปสำรวจบริเวณเขาขวานไฟคืนนี้เพื่อหาดูว่าสิ่งใดคือความลับที่หูเถี่ยหนิงปิดซ่อนไว้”
“เสี่ยงเกินไปนะขอรับ บางทีอาจมี…”
“ไม่ต้องคิดรบเร้า ข้าตัดสินใจแล้ว”
“รับทราบขอรับ!”
…
ท่ามกลางลมหนาวพัดผ่าน ณ ภูเขาขวานไฟยามราตรี
“พรึบ…”
เถาวัลย์น้ำเต้าร่วงลงมา หลินมู่อวี่ปีนลงจากหน้าผากำแพงทางเหนือของภูเขาขวานไฟด้วยทักษะวิญญาณยุทธ์ของตน เพราะมันมีความสูงชันมากทำให้คนทั่วไปยากจะปีนป่าย ทหารสำนักอัศวินจึงไม่จำเป็นต้องเฝ้ายามฝั่งนี้
อากาศหนาวเย็นจนมีเกล็ดน้ำค้างแข็งขึ้นรอบคิ้วของหลินมู่อวี่ ทว่าแววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูก หลินมู่อวี่ในชุดทหารชำนาญการสีเขียวลอยตัวสูงจากพื้นหลายร้อยเมตร พยายามโรยตัวลงมาด้วยเถาวัลย์จากน้ำเต้า โชคดีที่พืชเลื้อยคลานนี้เขาเป็นคนสร้างขึ้นเองจึงไม่ต้องกังวลว่าหนามของมันจะบาดเอาได้ เพราะเพียงแค่สัมผัสหนามจากเถาวัลย์ก็จะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์
“ฟุบ!”
หลินมู่อวี่กระโดดลงพื้น ในที่สุดเขาก็ลงมาจากยอดผาสูงของภูเขาขวานไฟได้สำเร็จ กระบี่วิญญาณมังกรถูกสะพายและห่อด้วยผ้าสีดำ ตอนนี้เขาดูเหมือนทหารของสำนักอัศวินอย่างมาก จึงสามารถเดินเข้าไปได้อย่างไม่เกรงกลัว ไม่ไกลนักมีทหารชำนาญการหลายนายกำลังเฝ้ายามอยู่ทางเหนือเขาภูเขา
“นั่นใคร?” หนึ่งในทหารยามเอ่ยถามพลันง้างธนู
หลินมู่อวี่ยกมื