ินตรงไปยังผาอีกฝั่ง หนึ่งในนั้นยกแส้ขึ้นฟากก่อนจะตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงเมามาย “เดินให้ไว! ขืนมัวแต่ชักช้าเสียเวลาเช่นนี้ข้าจะฟาดให้หลังลาย!”
ไพร่พลพวกนี้กำลังแบกพลั่วเดินไปด้วยร่างผอมทรุดโทรม
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วพยายามไม่คิดมากและแอบแฝงตัวไปกับทหารชำนาญการพร้อมไพร่พลกลุ่มนี้ สาเหตุที่พวกมันต้องออกมาทำงานกลางดึก คงต้องเป็นงานที่ไม่อยากให้ผู้ใดเห็นเป็นแน่
อย่างที่คาด เมื่อผ่านเนินผาเตี้ยมาได้ก็พบกับที่แห่งหนึ่งที่มีแสงสว่างจ้า เป็นอุโมงค์ถ้ำลึกเข้าไปในเขาขวานไฟที่มีทหารชำนาญการอีกหลายคนคอยอารักขาอยู่ด้านหน้า มีเสียงพลั่วขุดดังมาจากด้านใน หลินมู่อวี่จึงรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นเหมืองทอง!
แท้จริงแล้วภูเขาขวานไฟก็คือเหมืองทองขนาดใหญ่ น่าตกใจเสียจริง!
ไพร่พลถูกบังคับให้เข้าไปในเหมืองซึ่งหลินมู่อวี่ยังคงแฝงตัวตามเข้าไป รอบบริเวณทั้งนอกและในถ้ำถูกจุดด้วยคบเพลิง ทั้งภูเขาแห่งนี้คงแทบจะไม่เหลือสิ่งใดแล้ว เพราะมีคนงานคอยขุดหาแร่รอบกำแพงด้วยค้อน พลั่ว และอีกสารพัดเครื่องมือ
แร่ที่ขุดเจอเปล่งประกายสีทองจางๆ เมื่อสะท้อนกับแสงไฟ แม้จะไม่ใช่ทองแท้ทว่าก็นับได้ว่าเป็นแร่ทอง
หลินมู่อวี่พยายามสูดหายใจเข้าขณะที่ทหารหน้าหนวดนายหนึ่งมาหาเขาและเอ่ยถาม “น้องชาย ข้าดูไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย…มาใหม่รึ?”
“ขอรับ พี่ชายมีนามว่ากระไรหรือ?”
“เรียกข้าว่าต้านู๋”
“อ้อ พี่ต้านู๋…วันนี้รับหน้าที่เฝ้าเหมืองหรือขอรับ?”
“ใช่แล้ว!” ต