าหลินมู่อวี่จึงโล่งอก การเดินทางมาชางหนานในครั้งนี้จึงนับว่าประสบผลสำเร็จอย่างราบรื่น
ทว่าสิ่งน่าผิดหวังเดียวเสียงดังที่เล็ดลอดมาจากห้องข้างๆ เซี่ยโหวซางเหมือนมังกรที่กำลังคำรามอย่างสุขสันต์กับสองนักเต้นสาว ถึงขนาดเสียงดังทะลุมาถึงห้องตนเอง
“ท่านช่างแข็งแกร่งเสียจริงเจ้าค่ะ นางบำเรอผู้นี้จะไม่ไหวแล้ว…”
“เตรียมตัวให้ดี พี่จะเร่งแล้วน้อง!”
“ท่านเจ้าคะ ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ…”
“ท่านเจ้าคะ ท่านหลินมู่อวี่ช่างหล่อเหลายิ่งนัก ระหว่างท่านกับเขา…ใครเก่งเรื่องอย่างว่ากว่ากันเจ้าคะ?”
“ถามแปลกจริง…แน่นอนว่าต้องเป็นข้า! เจ้าพูดมากไปแล้ว นอนลงแล้วพี่จะแสดงให้ดู!”
หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เท่าที่ฟังเซี่ยโหวซางน่าจะ “ยิ่งใหญ่” พอตัว
เมื่อเดินออกนอกห้องลมหนาวพัดผ่านคล้ายฤดูเหมันต์ยังไม่สิ้นสุด ใบไม้บริเวณสวนปลดปลิวไปตามสายลม
หลินมู่อวี่ชักกระบี่วิญญาณมังกรออกมาและใช้ความรู้สึกมึนเมาจากไวน์ฝึกฝนทักษะกระบี่สายลมจักรวรรดิ ขณะกำลังร่ายรำกระบี่ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นจากใครคนหนึ่งที่กำลังเดินมาจากเงามืด…แม่ทัพองครักษ์ตะวันออกหลงเซียนหลิน
“ยังไม่นอนอีกหรือขอรับแม่ทัพหลง?” หลินมู่อวี่ยิ้มถาม
หลงเซียนหลินยิ้ม “ถ้าเองก็ยังไม่นอนอีกหรือ? ข้าได้เห็นทักษะกระบี่ของท่านแล้ว ช่างน่าทึ่งจริงๆ งดงามจนเกือบสมบูรณ์แบบ”
“ทักษะกระบี่ขั้นสามของข้า…ฮ่าๆๆ ไม่ควรค่าแก่การฟังหรอกขอรับ!” หลินมู่อวี่หัวเราะพลางผายมือไปยังโต๊