ท่านพี่ฉู่เหยา…สำนักอัศวินจะทำการลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิคืนนี้ที่ตำหนักกวางโศกา โปรดหาทางติดต่อท่านฉินเหลยและเฟิ้งจี้สิงโดยด่วนที่สุด…จากอาอวี่”
“ไป!…”
นกเสี่ยวไป๋บินไปยังเมืองหลันเยี่ยนตามที่หลินมู่อวี่สั่งไว้ก่อนตนจะเร่งม้าควบตามไป
ม้าศึกเริ่มหอบเหนื่อยจากการวิ่งต่อเนื่องมาหลายวันจนแทบไม่มีแรงเหลือ ถึงกระนั้นนี่ก็เป็นเรื่องเร่งด่วน หลินมู่อวี่ต้องไปให้ไวที่สุด
หลายชั่วโมงผ่านไป ม้าศึกล้มลงน้ำลายฟูมปากวิ่งต่อไปไม่ได้อีก
หลินมู่อวี่กัดฟันกรอด ชักกระบี่เหลียวหยวนออกมาและใช้ฝีเท้าดาวตกที่มีความไวพอๆ กับม้าศึกเดินทางต่อ แม้จะสิ้นเปลืองปราณยุทธ์อย่างมหาศาลก็ตาม
ภายในครึ่งชั่วโมง…หลินมู่อวี่ที่ข้ามเขามาก็เห็นเมืองหลันเยี่ยนอยู่ตรงหน้า
อย่างไรก็ตามหลินมู่อวี่ไม่มีเวลามากพอจะเข้าเมืองหลวงเพื่อเรียกกำลังเสริม เขาจึงตรงไปยังรังอินทรีแทน ในหน่วยองครักษ์อินทรีมีทหารชั้นยอดอยู่หนึ่งร้อยสิบคน ทว่าตอนนี้ไม่สำคัญว่ามีเท่าใด เขาต้องการกำลังคนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ณ ภูเขารังอินทรี มีแสงไฟริบหรี่เนื่องจากมีทหารกลุ่มหนึ่งกำลังดื่มเหล้ากันอยู่ เหล่าทหารเมื่อเห็นหลินมู่อวี่ที่สวมชุดราชทูตของสำนักอัศวิน ต่างพากันหยิบอาวุธพร้อมตะโกนลั่น “นี่เจ้ากล้าย่างเท้าเข้ามาถึงรังอินทรีเชียวรึ?!”
หลินมู่อวี่ค่อยๆ ถอดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าอันเด็ดเดี่ยว “ข้าคือทหารองครักษ์อวี้หลินนามว่าหลินมู่อวี่ เปิดทา