งให้ข้าเข้าไป”
“ท่านหลินมู่อวี่เองหรือ?…จะเปิดให้เดี๋ยวนี้ขอรับ!”
ประตูค่ายค่อยๆ เปิดออก เมื่อหลินมู่อวี่เข้าไปด้านใน เว่ยโฉวและทหารคนอื่นๆ ก็ออกมาต้อนรับอย่างยินดี “ในที่สุดท่านก็กลับมา!”
หลินมู่อวี่กล่าวด้วยความร้อนใจ “ไปเตรียมม้าและชุดศึกขององครักษ์อวี้หลินมาให้ข้า! เว่ยโฉว…สั่งระดมพลและพร้อมออกเดินทางทันที!”
“รับทราบขอรับ!”
เว่ยโฉวผู้จงรักภักดีไม่เอ่ยถามสิ่งใดต่อนอกจากทำตามที่นายของตนสั่งไว้
ทันใดนั้นผู้บัญชาการเมิ่งฟางก็ตะโกนขึ้นมา “หลินมู่อวี่ เจ้าไม่มีสิทธิสั่งเคลื่อนพลหน่วยองครักษ์อินทรีหากไม่ได้รับการอนุญาตเสียก่อน!”
หลินมู่อวี่เผยใบหน้าจริง “ขณะนี้มีกลุ่มคนกำลังมุ่งไปยังตำหนักกวางโศกาเพื่อปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ! ข้าจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นอาจไม่ทันการ!”
เมิ่งฟางตกตะลึง “เจ้า…หมายความว่าอย่างไร?”
หลินมู่อวี่กำมือแน่น “หากพวกเจ้าอยากปกป้ององค์จักรพรรดิจงตามข้ามา!”
ในบรรดากลุ่มผู้บัญชาการทหารมีเพียงเซี้ยโหวซางที่ชูดาบขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านหลินมู่อวี่…ข้าเซี้ยโหวซางขอติดตามท่านไปด้วยขอรับ!”
“เยี่ยมมาก!”
เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดเกราะขององครักษ์อวี้หลินแล้ว หลินมู่อวี่จึงได้รวบรวมกองทหารได้กว่าร้อยคน ก่อนจะขึ้นควบม้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เว่ยโฉว…นำทัพตรงไปยังตำหนักกวางโศกา!”
“ขอรับ!”
เสียงกีบเท้าของกองทัพม้ากระทบพื้นทำลายความสงัดยามค่ำคืน ทหารองครักษ์อวี้หลินกว