่าร้อยนายมุ่งขึ้นเขาไปยังตำหนักกวางโศกาทางตอนเหนือของเมือง
ณ ตำหนักกวางโศกา วังหลังที่อยู่ติดกับป่าล่ามังกรที่องค์จักรพรรดิชอบไปล่าสัตว์ เหมือนเช่นเคยเขาพาฉินอินและเสนาบดีไปด้วยสองสามคน กลางโถงใหญ่ขณะนี้ยังคงมีแสงไฟสว่าง เนื่องจากองค์จักรพรรดิและเหล่าเสนาบดีกำลังสังสรรค์กันอยู่
ด้านนอกวัง เฟิ้งจี้สิงยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ในชุดศึกสีขาว ในมือถือดาบสะบั้นวาโยขณะพูดคุยกับหลัวเลี่ย “กะกลางคืนได้ลาดตระเวนบ้างหรือไม่?”
หลัวเลี่ยประสานกำปั้นคำนับ “วางใจได้ขอรับ! เรามีองครักษ์อวี้หลินหลายพันนายและทหารอีกสี่พันนายประจำการอยู่ทั้งสี่ทิศและค่ายหน้าด่านอีกสิบสองค่าย ต่อให้มีปีกก็บุกเข้ามาไม่ได้ขอรับ ทั้งยังมีท่านผู้บัญชาการฉินเหลยที่เป็นถึงผู้นำองครักษ์มังกรทำการอารักขาทั้งสองพระองค์อยู่ ฉะนั้นพักผ่อนเถิดขอรับ ขึ้นนี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแน่นอน”
“อืม…ทำได้ดีมาก”
ทว่าเฟิ้งจี้สิงยังคงไม่สบายใจ “ข้ารู้สึกว่าเราขาดใครไป…ท่านชวีฉูกลับมาหรือยัง?”
หลัวเลี่ยยิ้มจางๆ “ท่านชวีฉูกำลังเพลิดเพลินกับสมุนไพรบนภูเขาทมิฬอยู่ คงไม่กลับจนกว่าจะเก็บสมุนไพรได้หมดขอรับ ทว่าการป้องกันตำหนักกวางโศกาก็แน่นหนามาก ต่อให้ท่านชวีฉูกลับช้าก็คงไม่เป็นปัญหาขอรับ”
เฟิ้งจี้สิงนิ่งคิด “ไม่เป็นไร…พวกเจ้าคอยจับตาดูกันไว้อย่าให้คลาดสายตาเป็นอันขาด”
“ขอรับ!”
กลางดึก ณ ป่าล่ามังกร เกิดเสียงคล้ายฟ้าร้องใต้ผืนดิน “ตู้ม!” ทันใดนั้นก็มีงู