ก็อดตายอยู่ที่นี่อยู่ดี กองทหารเฝ้าคุ้มกันเจดีย์ทงเทียนที่อยู่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปหนึ่งลี้ ตนเองอยู่ในนี้จะเรียกอย่างไรพวกเขาก็ไม่ได้ยิน แถมจักรพรรดิยังทรงมีพระบัญชาไว้แล้วว่า ไม่ว่าภายในเจดีย์ทงเทียนจะเกิดอะไรขึ้น ผู้คนด้านนอกห้ามให้ความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น มิเช่นนั้นก็จะไม่ใช่การเนรเทศแล้ว
……
เขานั่งลง ท้องก็ร้องโครกครากดังออกมา
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้ว หากปล่อยให้หิวต่อไปจะยิ่งแย่ พละกำลังที่ค่อยๆ หายไป ปราณยุทธ์ก็จะอ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ หากต้องเป็นเช่นนี้ สู้ไปหามารโลหิตที่ชั้นสามยังจะดีเสียกว่า ดูว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่ และยิ่งรีบไปก็จะยิ่งรักษาสภาพปราณยุทธ์และพละกำลังที่ยังแข็งแกร่งอยู่ได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ
หลินมู่อวี่นั่งขัดสมาธิเกือบหนึ่งชั่วโมงโคจรทักษะหลอมกระดูกไปเจ็ดสิบสองรอบ พละกำลังและปราณยถทธ์กลับคืนสู่สภาพสูงสุดแล้ว พลังเจ็ดประทีปที่หนึ่งและประทีปที่สองน่าจะใช้ได้หลายครั้งอยู่ ออกเดินทางได้!
เขาถือกระบี่เหลียวหยวน ปล่อยพลังออกมาเบาๆ ทันใดนั้นกระบี่ก็มีเปลวเพลิงส่องสว่างอยู่รอบๆ ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาใกล้รุ่งสางแล้วเหมือนกัน
“แซ่ก แซ่ก…”
หลินมู่อวี่ขึ้นบันไดทีละขั้นๆ ไปที่ชั้นสอง ที่นี่ยังคงเงียบสนิท ห่างออกไปล้วนแต่เป็นกระดูกคนตาย เข้าเดินอ้อมไปทางระเบียงทางเดิน ทางขึ้นบันไดไปชั้นสามปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า แต่จะขึ้นไปชั้นสามได้นั้น จำเป็นต้องผ่านม่านพลังสีแดงโลหิต เข