หมินเวยยิ่งดูแย่ขึ้นเรื่อยๆ
ปึง!
“เหอะ! พวกคนไร้ค่ากล้ามาทำกำเริบเสิบสานต่อหน้าข้า” เป่ยเหมินเวยเอามือทุบลงบนโต๊ะอย่างแรง ความไม่พอใจที่มีต่อตระกูลไป๋เซี่ยงไหลทะลักออกมาราวกับประตูกั้นน้ำที่ถูกเปิดออก
“พวกเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปคาดเดาเอาเอง หยวนหวังก็ยังเคารพฝ่าบาทอยู่ ฝ่าบาทอยากรู้ว่าไป๋เซี่ยงถิงพูดอะไรกับเขา ก็เรียกเขาเข้าวังมาถามสิพ่ะย่ะค่ะ” หรงจิ่งเสนอความคิดเห็น
เป่ยเหมินเวยพยักหน้าช้าๆ “ไม่เลว ทหาร ไปเชิญหยวนหวังเข้าวัง!”
ณ ตระกูลไป๋เซี่ยง มีลูกศิษย์รีบเข้ามารายงานกับไป๋เซี่ยงกง
“นายท่าน มีคนนำประกาศจับมารายงาน บอกว่าไม่นานมานี้เห็นโจรสาวที่ชื่อว่าเซ่าจวินอยู่ที่ชิ่งตู”
ทันใดนั้น ตาทั้งสองข้างของไป๋เซี่ยงกงก็ดุดันขึ้นมา “เจอที่ไหน”
“ในเมืองพ่ะย่ะค่ะ คนที่มารายงานบอกว่าเพื่อนของเขาแอบตามอยู่”
ไป๋เซี่ยงกงยิ้มเยาะขึ้นมา “ดีเลย! ฆ่าคนตระกูลไป๋เซี่ยงของข้าไปตั้งมากมาย ยังจะกล้ามาปรากฏตัวในเมืองชิ่งตูอีกหรือช่างเป็นคนที่ไร้เดียงสาและไม่กลัวอะไรเลยจริงๆ!”
“ลูกศิษย์!” เขาตะโกนเสียงดัง
ลูกศิษย์ของตระกูลไป๋เซี่ยงหลายคนก้าวออกมา
ไป๋เซี่ยงกงขานชื่อ “ไป๋เซี่ยงไท่ เจ้านำพวกเขาสิบกว่าคนไปเอาตัวโจรสาวคนนั้นกลับมา!”
“พ่ะย่ะค่ะ นายท่าน! ท่านวางใจได้ ข้าไม่มีทางปล่อยนางหลุดมือไปเด็ดขาด! ถ้าหากนางกล้าหนี ข้าก็จะตีขาทั้งสองข้างของนางให้หักก่อน!” ไป๋เซี่ยงไท่ก้าวออกมา
“รีบไป” ไป๋เซี่ยงกงเร่ง
มีข้อม