ลู่เสวียนที่ถูกตำหนิมิได้โกรธเคืองแต่กลับยิ้มขึ้นเป็นเพราะน้ำเสียงที่ไม่ได้ตั้งใจของเจียงหลี
หญิงสาวที่ค่อยๆเดินไกลออกไปจากสายตาถึงแม้อายุจะน้อยกว่าเขาแต่ทว่าความหนักแน่นและความเป็นผู้ใหญ่ในตัวนางกลับทำให้เขาดูด้อยกว่า
เจียงหลีก็เปรียบเสมือนพี่น้องแท้ๆที่เชื่อมสัมพันธ์เขากับพี่ชายที่เสียไปแล้วความรู้สึกของคนในครอบครัวเช่นนี้เป็นไปตามกาลเวลานับวันยิ่งลึกซึ้ง
…
วันนี้ท่ามกลางคณะทูตจากเป่ยโหรวมีเพียงจงเจิ้งเหยี่ยที่ปรากฏต่อหน้าเจียงหลีส่วนไป๋เซี่ยงไท่นั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุจากอาการบาดเจ็บจริงๆหรือว่าเป็นเพราะไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าเจียงหลีถึงได้ไม่ยอมปรากฏตัว
แต่ทว่าเขาคนนี้จะปรากฏตัวหรือไม่สำหรับเจียงหลีแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่อย่างใด
ลองเชิงจงเจิ้งเหยี่ยอยู่ครึ่งวันแล้วไปจัดการงานของราชสำนักอีกครึ่งวันกว่านางจะปลีกเวลาฝึกฝนจนเสร็จกลับมาถึงห้องบรรทมที่ตำหนักหวงจี๋ก็ดึกมากแล้ว
“เฮ้อ…!ข้าช่างเกิดมาเพื่อทำงานหนักทั้งชีวิตจริงๆ!ช่างเป็นแบบอย่างของฮ่องเต้เสียจริง!”เท้าเอวเดินเข้าห้องบรรทมไปเจียงหลีถอนหายใจให้กับความขยันของตน
ประตูใหญ่ของห้องบรรทมหลังจากนางเข้าไปก็ปิดสนิทลง
ยามราตรีนางไม่ได้ต้องการคนปรนนิบัติกฎข้อนี้คนข้างกายนางล้วนรู้กันดี
แต่ทว่ายามที่เจียงหลีเดินเข้าใกล้เตียงกลับรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ
“เอ๊ะ”ฝีเท้าของนางหยุดลงยืนอยู่นอกฉากกั้นเตียงค่อยๆแหวกผ้าม่านทีละชั้นไม่คาดคิดว