“เสินอวี่ขอคารวะจักรพรรดิ”
“ในจิ่วฮวงเจี้ย ที่หนานฮวงมีประเทศซีเฉียน”
เสินอวี่ตกใจ เกิดความไม่คาดคิด ทำไมจู่ๆ จักรพรรดิถึงได้พูดถึงประเทศของที่นั่น
“เจ้าไปปล่อยโรคระบาดเสียหน่อย”
หา!
เสินอวี่เงยหน้ามองร่างที่มองไม่เห็นและสูงศักดิ์ร่างนั้นด้วยความประหลาดใจ รู้สึกตกใจกับคำสั่งเป็นอย่างมาก จักรพรรดิเริ่มสนใจประเทศเล็กๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ราชวงศ์แบบนี้ในสายตาของพวกเขา ก็เหมือนกลับฝุ่นละอองที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างไรอย่างนั้น นึกไม่ถึงว่าจักรพรรดิจะให้เขาไปปล่อยโรคระบาด
ราชวงศ์นี้ทำอะไรให้จักรพรรดิไม่พอใจรึ เสินอวี่เดามั่วๆ อยู่ในใจ ไม่กล้าหละหลวมต่อคำสั่ง รีบตอบกลับว่า “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!”
ร่างที่มองไม่เห็น ค่อยๆ หายไปจากตรงหน้าเขา
เสินอวี่ไม่กล้าชักช้า รีบลุกแล้วมุ่งไปยังจิ่วฮวงเจี้ย คำสั่งของจักรพรรดิยากที่จะฝ่าฝืน เพียงแต่ก่อนข้าจะลงมือ ก็ต้องตรวจสอบก่อน ดูสิว่าราชวงศ์ที่โชคร้ายนี้ทำผิดอะไรต่อจักรพรรดิ ข้าก็อยากรู้จริงๆว่ามาตราฐานของการปล่อยโรคระบาดนี้อยู่ที่ไหน
…
“ลู่เจี้ย!” เจียงหลีลืมตาที่สดใสทั้งสองข้าง มองชายหนุ่มที่เย็นชาคนนั้นอย่างไร้เดียงสา
ความรู้สึกที่คุ้นเคยและไม่คุ้ยเคย ทำให้นางรู้สึกสับสน หรือว่านี่คงเป็นกรรมตามสนอง ลู่เจี้ยเตรียมการให้ข้าไว้ทุกอย่าง เลยสูญสิ้นสติปัญญา ตอนนี้ เขากลับเขาร่างเดิม อยากให้เขาหลงรักข้าอีกครั้ง ก็ต้องใช้เวลาและความออดทน
ดวงตาที่แวววาวคู่นั้น