ลที่ต้องแลกย่อมใหญ่หลวงเกินไป
‘พลาดครั้งหนึ่ง ย่อมรู้จำเป็นบทเรียน’
อั้งเซียวถอนใจเบาๆ “เมื่อครานั้น…ข้าลบเลือนความทรงจำส่วนนั้นของสหายไปแล้วแท้ๆ ไม่คาดเลยว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป…เจ้ากลับยังจำมันขึ้นมาได้อีก”
ชั่วขณะถัดมา…เสียงหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความชิงชังก็พลันดังขึ้นจากกลางกระแสธารวิญญาณ
“อั้งเซียว!”
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังประกายทองคำที่ลุกวาบขึ้นกลางธารวิญญาณ ก่อนที่วิญญาณดวงหนึ่งจะปรากฏรูปลักษณ์อย่างชัดเจน ใบหน้าเหี้ยมเกรี้ยวอย่างน่ากลัว “เจ้ามันคนเลวต่ำช้าไร้ยางอาย!”
สิ่งที่อั้งเซียวพูดนั้นไม่ผิด…เขาจำได้ทุกอย่างจริงๆ!
ก็เพราะความทรงจำจากอดีตกาลย้อนคืนมา…จึงทำให้เขาระเบิดโทสะดุดันถึงเพียงนี้ ในชาติก่อนเขาต้องพ่ายแพ้อย่างอัปยศถึงเพียงใด ใครเล่าจะลืมได้ลง!
“เจ้ามารร้าย…เจ้าถึงกับเลือกซ่อนตัวอยู่ที่ปากทางแห่งแดนยมโลกงั้นหรือ!”
การกระทำเช่นนี้หมายความว่า…วิญญาณทั้งปวงในสวรรค์และพิภพ ล้วนต้องผ่านสายตาของเขาก่อนจะเข้าสู่การเวียนว่ายจุติใหม่ แม้แต่การจุติของเจินจวิน…ก็หนีไม่พ้น!
“เมื่อห้าพันปีก่อน ข้าเพิ่งสิ้นชีพ เตรียมจุติใหม่ ก็เป็นเพราะเหตุนี้เอง…เจ้าจึงดักซุ่มเล่นงานข้าได้!”
แดนยมโลกในยามนั้น ยังไม่แข็งกล้าและน่าสะพรึงกลัวเท่ายามนี้
อั้งเซียวจึงฝืนต้านแรงกดดันจากแดนยมโลกไว้โดยแลกกับอาการบาดเจ็บสาหัส ใช้จังหวะที่ตนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งวัฏสงสารจู่โจมอย่างฉับพลัน
ความทรงจำของเขา…ก็ถูก