ให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงอย่างมาก
เจิ้งยี่เองก็มาถึงแล้ว เขายืนอยู่คนเดียวตรงกลาง และมองดูไปที่บันไดสู่สรวงสวรรค์อย่างตั้งมั่น พร้อมร่างกายที่โชกเลือดจนทำให้เขาดูราวกับฆาตกรผู้บ้าคลั่ง
ที่ข้างหลังเขานั้นเหล่ามนุษย์สัตว์ประหลาดและมนุษย์กลายพันธุ์ต่างก็แหนงหนีเพราะกลัวจะไปทำให้ดาวร้ายดวงนี้โกรธเข้า
เฉินเฉียงเองเมื่อเห็นก็อยากจะทักทายเจิ้งยี่เหมือนกัน แต่ในทันทีที่เขายืนขึ้น เจิ้งยี่ที่ยืนอยู่หน้าบันไดแล้วก็ได้ทำการก้าวเดินขึ้นไปด้วยตัวคนเดียว
“ไอ้หมานี่จะขึ้นไปบนบันไดสู่สรวงสวรรค์เลยเรอะ จะกล้าเกินไปแล้วม้างงงง ไม่กลัวรึไงที่จะต้องพบเจออันตรายพวกนั้นน่ะ”
“ก่อนที่พวกเรามาที่นี่ ราชาของพวกเราบอกเอาไว้ว่าการปีนขึ้นบันไดสู่สรวงสวรรค์นั้นไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็น แต่ไอ้หมอนี่กลับเข้าไปอย่างไม่กริ่งเกรง ไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวก็จะได้รู้สึก”
“หึหึหึ ข้าว่าลองมาดูกันดีกว่าว่ากับไอ้คนที่ราวกับฆาตกรกระหายเลือดคนนี้จะโดนเล่นงานอะไรบ้าง”
ภายใต้ความตื่นเต้นของผู้มุงดูโดยรอบ เจิ้งยี่ได้ก้าวแรกขึ้นไปบนบันได
“เอ๋ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ”
“มันก็แค่ก้าวแรกล่ะว้า เดี๋ยวก้าวต่อไปก็รู้สึก”
เจิ้งยี่นิ่งคิดไปพักหนึ่งก่อนที่จะก้าว ก้าวที่สองขึ้นไป
“องครักษ์หยาน ไอ้การขึ้นบันไดนี่มันมีประโยชน์อะไรเหรอนั่น”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้” หยานเสวี่ยส่ายหัวของเธอในทันที “ข้าไม่รู้เรื่องนี้จริงๆเพราะท่านราชาสวรรค์ไม่เคยมาท