์แล้ว พวกเราจะพบกันอีกในตอนนั้น”
“เจิ้งยี่ เจ้าคิดจะไปฆ่ามนุษย์กลายพันธุ์จริงๆรึ ข้าคิดว่าที่องครักษ์หยานถึงกับพูดออกมานั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลหรอกนะ”
“ถึงแม้ว่าพวกเราจะยิ่งฆ่ามนุษย์กลายพันธุ์มากเท่าไหร่จะยิ่งสบายใจมากขึ้นเท่านั้น แต่หากนั่นนำพาภัยพิบัติมาสู่มวลมนุษย์ มันคงไม่เป็นการดี พวกเราคงไม่อยากจะเห็นฉากนั้นเป็นแน่ไม่ใช่รึ”
“ข้ายังไม่รู้เหมือนกัน” เจิ้งยี่พูดออกมาด้วยท่าทางเจ็บปวด “ในตอนนี้ข้าอยากจะอยู่เพียงคนเดียวเพียงเท่านั้น”
“ข้าอยากรู้ว่าทำไมความวิบัติของมนุษย์กลายพันธุ์ถึงได้กลายเป็นความอยู่รอดของมนุษย์ได้ขนาดนี้”
เฉินเฉียงไม่คิดจะหยุดเจิ้งยี่แต่อย่างใด
ไม่เพียงแต่เจิ้งยี่ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน
หากไม่ใช่ว่าเขาเองยังมีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ป่านนี้เขาก็คงจะไม่ได้ออกมาจากกองกำลังเทียนเว่ย
เมื่อเห็นว่ามีเพียงเฉินเฉียงที่ตามหลังมา หยานเสวี่ยก็ไม่ได้คิดจะตั้งคำถามแต่อย่างใด เพราะว่าเธอนั้นได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดไปหมดแล้ว
เฉินเฉียงเองนั้นย่อมไม่ถามเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ทั้งสองให้ความสนใจในการสอนเมิ่งน้อยให้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ
“มานี่มา เมิ่งน้อย มาหาปะป๋ามะ”
เฉินเฉียงตบมือแปะๆ มือน้อยๆของเมิ่งน้อยได้ชี้มาที่หูของตนเชิงถามว่าเรียกมันหรือไม่ ก่อนที่จะมันจะมีดวงตาที่ลุกโชนแล้วกระโดดไปใส่อ้อมแขนของเฉินเฉียง
“ฮี่ฮี่ฮี่ ดีมากเมิ่งน้อย เดี๋ยวปะป๋าคนนี้จะหาของกินดีๆให้เจ้า